บข้าวของออกมา
“เกิดเหตุใดขึ้น?” ลู่เฉินถามอย่างสงสัย
เมื่อมีคนเห็นลู่เฉินจึงตะโกนขึ้นมาว่า “ดูสิ นั่นปรมาจารย์ลู่!”
“เร็ว ไปหาเขา!”
คนพวกนี้จับกลุ่มและตะโกนขึ้นมา
“ปรมาจารย์ลู่ รบกวนท่านไปตรวจอาการบุตรสาวข้าที!”
“ปรมาจารย์ลู่ ท่านโปรดไปดูอาการท่านพ่อของข้าที!”
“ปรมาจารย์ลู่ โปรดบอกข้อ…”
…
คนเหล่านี้ล้วนเป็นผู้มีฐานะในเมือง
จุดประสงค์ที่พวกเขามาที่นี่ก็เพื่อต้องการเชิญลู่เฉินไปตรวจอาการคนในครอบครัวของตน แต่ลู่เฉินไม่ใช่ใช่คนใจบุญถึงเพียงนั้นจึงได้ปฏิเสธไป ทำให้คนพวกนั้นต่างร้อนใจ บางคนถึงกับก้มคำนับลง
ทว่าลู่เฉินยังคง ‘นิ่งเฉย’ และเดินเข้าไปในคฤหาสน์ ขณะเดียวกันนั้นรอบ ๆ คฤหาสน์ก็มีกลุ่มหมอกหนาปกคลุม หลงเหลือเพียงประตูคฤหาสน์ที่ทำให้ผู้คนที่มองเข้ามาไม่สามารถรู้ได้ว่าด้านในเกิดอะไรขึ้น
ผู้คนต่างก็ทำได้เพียงยืนตะโกนอยู่ด้านนอก
“พวกข้าจะพยายามต่อไป”
“ใช่ จนกว่าท่านจะยอมตรวจอาการป่วยให้…”
ลู่เฉินส่ายหัวอย่างอดไม่ได้
ส่วนหนานเหยานั้น นางเอ่ยออกมาว่า “หรือว่าท่านกลัวว่าจะรักษาไม่ได้?”
“รักษาไม่ได้?”
“เมื่อวานที่ท่านขับไล่ข้าออกมาได้ เป็นเพราะว่าท่านสามารถไล่ภูตผีได้ แต่ถ้าหากเป็นการรักษาอาการเจ็บป่วยแล้ว ข้าว่าน่าจะเกินความสามารถ” หนานเหยาคิดว่าลู่เฉินไม่รู้วิชาแพทย์จึงได้ปฏิเสธคนเหล่านั้น
ทว่าลู่เฉินเพียงแค่ยิ้มแต่ไม่ได้ตอบอะไร และไม่อยากอธิบายอะไรให้มากความ เขาหาที่นั่งทอดกายลง จากนั้น