งชั่วยาม” หงเหยียนลั่วพยักหน้ารับรู้
ส่วนอาจื่อก็ขานรับ จากนั้นทั้งสองจึงทำเพียงรออยู่ที่นั่น
ขณะนั้นภายในสวนด้านใน หนานเหยาที่ไม่เข้าใจก็ได้เอ่ยถามออกมา “เหตุใดตอนนี้ท่านถึงลงมือ?”
“เขา… มีประโยชน์” ลู่เฉินยิ้มมุมปาก
หนานเหยาที่ได้ยินดังนั้นก็มองไปที่ร่างเน่าเปื่อยของชายผู้นั้น “แล้วอาการแบบนี้ ท่านมีวิธีหรือ?”
ทว่าลู่เฉินไม่ได้ตอบ แต่กลับหันไปหยิบเข็มเงินออกมา รวมทั้งสมุนไพรบางอย่างที่เอามาจากสำนักพฤกษาสวรรค์ และไม่นานเขาก็เริ่มลงมือรักษา
เดิมทีหนานเหยายังคงสงสัยในวิชาแพทย์ของลู่เฉิน
แต่เมื่อนางเห็นว่าร่างกายที่เน่าเปื่อยของชายผู้นี้ค่อย ๆ ดีขึ้น นางก็รู้สึกอึ้งขึ้นมา “นี่ …ก็ทำได้?”
“เขาพึ่งจะได้รับพิษมาไม่นาน จึงไม่มีอะไรร้ายแรงเท่าไหร่นัก” ลู่เฉินเก็บเข็มขึ้นมาก่อนจะร้องสั่งให้หญิงสาวในคฤหาสน์มาหามชายคนนี้ออกไป
ชายหนุ่มผู้นั้นยังคงไม่ฟื้น
จนกระทั่งเขาถูกหามออกไปด้านนอกคฤหาสน์ ผู้คนต่างก็เข้ามามุงดูอย่างสนใจ
“ดู! ร่างกายเขาไม่เน่าเปื่อยแล้ว!!”
“แล้วก็ไม่มีกลิ่นเหม็น!”
เมื่อหงเหยียนลั่วเห็นผลลัพธ์ นางก็รีบสั่งอาจื่อที่อยู่ด้านหลังทันที “ไป! จงไปนำตัวเขามา”
อาจื่อรับคำแล้วก็รีบไปทันที
ไม่นานนัก ชายหนุ่มผู้นั้นก็ฟื้นขึ้นมาท่ามกลางกลุ่มคน แต่ราวกับว่าเขาจะจำทุกอย่างที่เกิดขึ้นไม่ได้ หน้าตาจึงดูมึนงงยิ่งนัก จนกระทั่งอาจื่อปรากฏตัวและนำตัวเขาออกไปในที่สุด
เมื่อชายหนุ่มเข้ามาพบหงเหยีย