ชอบเปรียบเทียบกับผู้อื่นนัก?”
“ข้าไม่มีงานอดิเรกอะไร! ก็แค่ชอบเต้นรำ ขับร้อง แต่ท่านกลับไม่ดูข้าแล้วไปดูพวกนางแทน …เห็นได้ชัดเลยว่าฝีมือข้าอาจจะยังไม่ดีพอ!”
ลู่เฉินยิ้มเจื่อน “ชีวิตที่แล้วของเจ้าก็เป็นเช่นนี้งั้นหรือ?”
“เป็นเช่นไร?”
“ก็วัน ๆ เอาแต่ขับร้องและเต้นรำ?”
“ก็แค่ชอบ”
ลู่เฉินกำลังจะพูดบางอย่าง แต่จู่ ๆ ก็มีหญิงสาวคนหนึ่งเดินเข้ามาและยิ้มให้ลู่เฉิน “คุณชาย ข้าขอดื่มกับท่านได้หรือไม่?”
บรรดาคุณชายที่นั่งอยู่รอบ ๆ ต่างก็รีบแสดงความยินดีกับลู่เฉินทันที
บางคนถึงขนาดพูดกับลู่เฉินว่า “ท่านนับว่าโชคดียิ่งนัก”
“นั่นสิ การได้รับการเชื้อเชิญจากแม่นางฉ่ายอวิ๋นเช่นนี้ หากไม่นับว่าโชคดีแล้วจะเรียกว่าอันใด?”
ฉ่ายอวิ๋น?
ลู่เฉินไม่รู้จัก ‘ฉ่ายอวิ๋น’ ผู้นี้ แต่ว่าแม่นางผู้นี้คงเป็นหนึ่งในคณิกาของที่นี่
เพียงแค่ลู่เฉินไม่เข้าใจว่าเหตุใดอีกฝ่ายจึงต้องเจาะจงว่าเป็นเขา?
ดังนั้นลู่เฉินจึงยิ้มออกมาพลางเอ่ยถามว่า “เหตุใดถึงเลือกข้า?”
“ได้ยินมาว่าวันนี้มีผู้มากความสามารถที่สามารถทำให้คุณชายน้อยในจวนเจ้าเมืองฟื้นขึ้นมาได้ และผู้มีความสามารถที่ว่าก็คือท่าน… ใช่หรือไม่?!” ฉ่ายอวิ๋นยิ้ม
ลู่เฉินที่ได้ยินดังนั้นจึงมองไปที่นางด้วยรอยยิ้ม “ไม่ถึงกับเก่งกาจ ข้าเพียงแค่บังเอิญได้พบและบังเอิญสามารถรักษาอาการนี้ได้เท่านั้น”
“ข้าเองก็รู้สึกเจ็บป่วยนิดหน่อย ไม่ทราบว่าคุณชายพอจะสามารถลองตรวจให้ข้าได้หรือไม่?” ฉ่า