ลู่เฉินหยิบเอาอะไรบางอย่างออกมาและเริ่มเดินลึกเข้าไปภายในภูเขา ขณะเดียวกันก็วางของบางอย่างลงกับพื้น
จากนั้นหนานเหยาก็ตามลู่เฉินไป
แต่อื่นคนในคฤหาสน์นี้ไม่มีใครรู้ว่าหนานเหยามีตัวตนอยู่ ดังนั้นแม้ว่าหนานเหยาจะติดตามลู่เฉินไป คนพวกนั้นก็จะเห็นเพียงลู่เฉินคนเดียวเท่านั้น
“เอ๋ ท่านกำลังจะทำอะไรกันแน่?” หนานเหยาเอ่ยถามด้วยสีหน้าสงสัย เมื่อเห็นลู่เฉินกำลังทำบางอย่างกับคฤหาสน์และบริเวณเนินเขา
“จัดวางค่ายกล!”
“ท่านเข้าใจศาสตร์ค่ายกล?”
“มีปัญหาหรือ?”
“ท่านอยู่เพียงแค่ขั้นกลั่นลมปราณชัด ๆ แต่ท่านกลับสามารถมองเห็นข้า ไหนจะจัดวางค่ายกล และที่สำคัญคือ อักขระยันต์แปลก ๆ พวกนั้นอีก …นี่มันใช่สิ่งที่ตัวตนขั้นกลั่นลมปราณจะทำได้หรือ?!”
“เรื่องที่เจ้าไม่รู้ยังมีอีกมาก!” เมื่อลู่เฉินพูดจบ เขาก็หันไปจัดการบางอย่างต่อ
ส่วนหนานเหยา นางก็เพียงแอบดูอย่างเงียบ ๆ ต่อไป
จนกระทั่งวันรุ่งขึ้น ฟ้าสว่างแล้ว หนานเหยาไม่สามารถอดทนได้อีกต่อไป จึงรีบกลับเข้าไปยังสร้อยคอและไม่กล้าออกมาอีก
“สุดท้ายก็สงบเสียที” ลู่เฉินยิ้มเจื่อน
จากนั้นเขาก็จัดวางค่ายกลที่เหลือต่อไปจนกระทั่งเสร็จสมบูรณ์
สุดท้ายลู่เฉินก็เรียกเจี่ยลัวมาหาและสั่งให้เขาไปยืน ณ จุดหนึ่งบริเวณตีนเขา ก่อนจะถ่ายทอดคำสั่งออกมา “นอกจากข้า ผู้ใดก็ห้ามเข้าใกล้ภายในภูเขานี้เด็ดขาด!”
“ขอรับ!” เจี่ยลัวขานรับ
“ถ้าหากมีผู้ใดมาใกล้ เจ้าก็จงส่งสัญญาณผ่านค่ายกล เพียงเท่านี