้อยมารอต้อนรับ
บางคนถึงกับถามขึ้นมาว่า “คุณชาย ท่านกำลังมองหาหญิงงามนางใดหรือ?”
“คุณชาย ท่านมีนัดหมายแล้วหรือยัง?”
“คุณชาย ท่านเพิ่งมาครั้งแรกใช่หรือไม่?”
ทว่าลู่เฉินไม่ได้ตอบอะไร เพียงแค่นำเอาศิลาวิญญาณออกมาให้พวกนาง “ข้าเพียงต้องการเข้ามาเที่ยวชมเฉย ๆ พวกเจ้าไม่ต้องมารบกวนข้า!”
“ขอบคุณเจ้าค่ะ คุณชาย!” เหล่าหญิงงามต่างก็พากันดีใจ พวกนางพากันรีบหยิบศิลาวิญญาณและออกไปทันที
เมื่อลู่เฉินเดินมาถึงห้องโถง เขาก็หาเก้าอี้ในบริเวณนั้นมานั่งพัก
ที่นี่ยังมีผู้ชายอีกหลายคน
ผู้ชายพวกนี้บ้างก็ดื่มสุรา คุยเล่น บ้างก็ชี้ไม้ชี้มือไปยังหญิงงามที่ร่ายรำอยู่บนเวที
หนานเหยาที่เห็นดังนั้นจึงพูดออกมาว่า “พวกนางขับร้องและเต้นรำสู้ข้าไม่ได้สักคน!”
ลู่เฉินเพียงยิ้มแต่ไม่ได้ตอบอะไร
“ถ้าท่านมีเวลาไม่มาก เรากลับกับเถอะ ข้าจะเต้นและขับร้องให้ท่านฟังเอง”
“ไม่น่าสนใจ!” ลู่เฉินตอบกลับมาสั้น ๆ ทำให้หนานเหยาร้อนใจ “แต่ท่านดูพวกนางแล้วน่าสนใจหรือ?”
“ข้ามีงานต้องทำ อย่ารบกวน” ลู่เฉินตอบกลับ แต่หนานเหยากลับไม่เชื่อ ยังคงจ้องมองตาทั้งสองข้างของลู่เฉินว่าเขามองไปยังหญิงงามคนไหน
…
ขณะนั้นเอง จางเชียนกำลังวุ่นวายอยู่ภายในหอสมบัติสวรรค์ เขาตีสีหน้าเคร่งขรึมอยู่ จนกระทั่งเสี่ยวเอ้อคนหนึ่งวิ่งเข้ามา และพูดด้วยความร้อนรนว่า “เถ้าแก่ เขา เขาออกมาแล้ว!”
“โอ้? ออกมาแล้วแน่หรือ?” จางเชียนเงยหน้าขึ้นมาสบตา
“ใช่ขอรับ”
“เช่นนั้นเขาไ