ดจะอธิบาย นางจึงถามต่อ “แล้วสาวน้อยคนนั้นเล่า นางคือใครกัน เหตุใดท่านจึงดูแลนางเป็นอย่างดีถึงเพียงนั้น?”
“เจ้าน่ะ… ยุ่งให้มันน้อย ๆ หน่อย!”
ยิ่งลู่เฉินทำเช่นนี้ หนานเหยาก็ยิ่งรู้สึกสงสัย “หรือว่า นางเป็นน้องสาวร่วมสายเลือดของท่าน?”
“สมองของเจ้ากำลังคิดอะไร?” ลู่เฉินไม่เข้าใจองค์หญิงสง่างามผู้นี้จริง ๆ ว่าเหตุใดจึงช่างขี้สงสัยและพูดไม่คิดอยู่บ่อย ๆ ถึงขนาดที่ว่าเขาชักสงสัยขึ้นมาแล้วว่านางเป็นองค์หญิงจริงหรือไม่?
หนานเหยาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเบื่อหน่าย “ช่วยไม่ได้ ที่นี่มันช่างมืดมิดเสียเหลือเกิน ข้าเบื่อ ๆ เลยอยากหาคนคุยด้วย”
ลู่เฉินเลือกที่จะเมินคำตอบนาง
ส่วนหนานเหยานั้นนางไม่ได้พูดอันใดต่อ แต่เมื่อเห็นว่าลู่เดินเดินทางมาที่หน้าหอนางโลม นางจึงถามออกมาด้วยความแปลกใจว่า “ท่านคิดจะมาสถานที่เช่นนี้จริงหรือ?”
หอนางโลมคือที่ที่หญิงสาวขายศิลปะและเรือนราง ดังนั้นมันจึงมีคณิกาและหญิงงามมากมาย
ผู้ชายบางคนที่เปลี่ยวเหงาหรือเบื่อหน่ายก็มักจะมาสถานที่แห่งนี้เพื่อฆ่าเวลา บางครั้งก็มาเพื่อชื่นชมหญิงงาม และหากพวกเขามีฐานะหน่อยก็จะสามารถซื้อตัวพวกนางและพาออกไปได้
หนานเหยาคิดไม่ถึงว่าลู่เฉินจะมาที่แบบนี้
ทว่าเหตุผลที่แท้จริงที่ลู่เฉินมาที่นี่ก็เพราะที่แห่งนี้สามารถสืบข้อมูลต่าง ๆ ได้ง่าย!
แต่ลู่เฉินไม่ได้อธิบายสิ่งใดกับหนานเหยาเขาเดินตรงเข้าไปภายใน ‘หอราตรีหอม’ ทันที
บริเวณทางเข้ามีผู้หญิงเลอโฉมจำนวนไม่น