ว่า “ท่านปรมาจารย์ลู่ ที่แห่งนี้นับว่าเป็นพื้นที่งดงามที่สุดแล้วของเมืองนี้ หากมองลงมาจากบนภูเขานั่น ท่านสามารถมองเห็นทิวทัศน์รอบ ๆ ได้โดยทั่วเชียวนะ”
หลังจากที่ลู่เฉินได้เห็นคฤหาสน์หลังนี้ ในส่วนลึกก็พลันรู้สึกเกรงใจขึ้นมา “นี่มันใหญ่เกินไปหรือไม่?”
“มีเพียงสิ่งนี้ถึงจะเป็นการแสดงความเคารพแก่ท่านปรมาจารย์ลู่ได้” หนิวเถิงกล่าวประจบ
ลู่เฉินที่ฟังอยู่ก็ได้แต่ยิ้มออกมา “ย่อมได้ เช่นนั้นก็จะอยู่ที่นี่แล้วกัน”
หลังจากหนิวเถิงนำกุญแจมอบให้ลู่เฉิน เจ้าตัวก็ได้ย้ำกับชายหนุ่มว่า “หากท่านต้องการทหารยาม ข้าสามารถจัดหาให้ท่านได้!”
“ไม่เป็นอะไร ข้าไม่ต้องการให้มีคนนอก”
“ย่อมได้ จากนี้ถ้าหากท่านต้องการอะไร เพียงแค่ไปยังประตูเมืองและบอกแก่หน่วยลาดตระเวน พวกเขาจะคอยช่วยเหลือท่าน!”
“ได้” ลู่เฉินพยักหน้าด้วยรอยยิ้ม
เมื่อหนิวเถิงเห็นว่าลู่เฉินพึงพอใจ เขาก็เตรียมที่จะกล่าวลา หากแต่ชายหนุ่มตรงหน้ากลับหยิบถุงสุญญะญาณออกมาแล้วเอ่ยกับเขาว่า “ในนี้มีศิลาวิญญาณระดับต่ำอยู่หนึ่งร้อยล้าน”
“นี่” หนิวเถิงยังคงไม่ค่อยเข้าใจ
“ต่อไป ถ้าในเมืองมีข่าวพิเศษอันใด ขอให้รีบมารายงานข้าที่นี่”
เมื่อหนิวเถิงได้ฟังก็เข้าใจในทันที “ข้าจะจัดการเรื่องนี้แทนท่านปรมาจารย์ลู่เป็นอย่างดี”
“ดีแล้ว เจ้าไปเถอะ!”
ว่าแล้วหนิวเถิงก็รับศิลาวิญญาณมาและกลับไปด้วยความดีใจ
เมื่อฮวาหลิงมู่และคนอื่น ๆ เห็นคฤหาสน์หลังใหญ่แต่ไร้ซึ่งผู้อยู่อาศัย