แขวนมันไว้บนอก
“เจ้าไม่กลัวว่าสร้อยเส้นนี้จะทำให้วิญญาณของเจ้าอ่อนแอลงหรือ?” เสียงหนานเหยาดังขึ้นมา
”มันไม่มีทางทำได้หรอก!”
จากเหตุการณ์ทั้งหมดนี้ทำให้หนานเหยาสงสัยยิ่งนักว่า แท้จริงแล้วลู่เฉินเป็นใครกันแน่ เหตุใดเขาถึงพูดจาหยาบคายและทำตัวราวกับสัตว์ประหลาดเฒ่าเช่นนี้
ทางด้านลู่เฉิน เมื่อเขาถ่ายเทพลังปราณสายหนึ่งเข้าไปในหน้าผากของว่านเหยียน อีกฝ่ายก็พลันลืมตาขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะหันมองไปรอบ ๆ ราวกับว่าลืมอะไรบางอย่าง “ที่นี่คือที่ใด?”
ลู่เฉินที่เห็นดังนั้นจึงยิ้มออกมา ก่อนจะเดินไปที่ประตูเรือนแล้วเปิดออก
ยามนี้ว่านจินรออยู่ที่นั่นนานกว่าครึ่งชั่วยามแล้ว กระทั่งลู่เฉินเปิดประตู หัวใจของเขาก็พลันเต้นรัวด้วยความคาดหวัง ปากก็เอ่ยถามอย่างตะกุกตะกัก “ปะ… เป็นอย่างไรบ้าง”
”เข้าไปดูเองเถอะ”
หลังจากลู่เฉินเอ่ยเช่นนั้น ว่านจินก็รีบสาวเท้าเข้าไปอย่างรวดเร็ว ไม่นานเขาก็เห็นว่านเหยียนตื่นขึ้นมาด้วยสีหน้าที่กลับมาเป็นปกติ
”เจ้า…. ในที่สุดเจ้าก็ฟื้นแล้ว!” ท่านเจ้าเมืองจวนสวรรค์กล่าวอย่างตื่นเต้นยินดี
“ท่านพ่อ ข้าเป็นอะไรไป?” ว่านเหยียนรู้สึกสับสน
ว่านจินจึงอธิบายให้บุตรชายฟังว่า “เจ้า เจ้าถูกวิญญาณชั่วร้ายตามรังควาน โชคดีที่ปรมาจารย์ท่านนี้ช่วยเจ้าจัดการ ไม่เช่นนั้นเจ้าก็คงไม่ฟื้นอีกตลอดไป”
ว่านเหยียนรู้สึกงงงวย “วิญญาณชั่วร้าย?”
ว่านจินไม่รู้จะเริ่มเล่าจากตรงไหน เขาหันซ้ายขวาก่อนจะเอ่ยปากตั้งท่าจะ