ะค่อย ๆ อ่อนแอลงและหายไปในที่สุด” หนานเหยาเอ่ยอย่างจนปัญญา
”ถ้าเจ้าขอร้องข้า ข้าย่อมมีวิธีป้องกันไม่ให้เจ้าอ่อนแอลง และยังทำให้เจ้าแข็งแกร่งขึ้นได้”
วาจานี้ของชายหนุ่มทำให้หนานเหยารู้สึกประหลาดใจ “เจ้ามีวิธีจริง ๆ หรือ?”
”เจ้าคิดว่าอย่างไรเล่า?”
หนานเหยาจึงเอ่ยอย่างตื่นเต้นว่า “ได้โปรด ช่วยข้าด้วย”
”มันขึ้นอยู่กับความจริงใจของเจ้า” ลู่เฉินยิ้มให้นาง
เมื่อหนานเหยาได้ยินเช่นนั้น นางพลันรู้สึกเศร้าใจขึ้นมาทันที “หากข้ายังมีร่างกายอยู่ ข้าคงใช้ร่างกายของข้าเข้าแลก แต่ตอนนี้ข้าเป็นแค่ภูตผี …มันคงยากที่จะทำอันใดได้”
ลู่เฉินได้ยินเช่นนั้นก็คล้ายกับหัวเราะไม่ออกร้องไห้ไม่ได้ เขาจึงเร่งพูดอย่างปัด ๆ ว่า “ข้าว่านะน้องสาวภูต เจ้าช่วยทำตัวให้ปกติหน่อยได้หรือไม่”
”อย่าเรียกข้าว่าน้องสาว! ข้าไม่เด็กแล้ว!”
”ข้าบอกแล้วว่าในสายตาของข้า เจ้ายังเด็กมาก” คำพูดของลู่เฉินทำให้หนานเหยากลัดกลุ้มใจ “ถ้าอย่างนั้นบอกข้าสิ เจ้าต้องการความจริงใจอะไรจากข้า”
“ตั้งแต่นี้ไป ให้ฟังข้าทุกอย่าง และอย่าออกมาโดยไม่ได้รับอนุญาตจากข้า” ลู่เฉินสั่ง
“เจ้าค่ะ!” หนานเหยายอมรับอย่างช่วยไม่ได้
”เอาล่ะ เจ้าเข้าไปสร้อยคอก่อน”
หนานเหยาไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องเข้าไปในสร้อยคอ ส่วนลู่เฉินก็คิดจะยัดมันลงในถุงสุญญะญาณ แต่สร้อยคอเส้นนี้พิเศษเกินไป ดังนั้นมันจึงไม่สามารถใส่เข้าไปในถุงสุญญะญาณได้
ชายหนุ่มจึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้อง