กายว่านเหยียน และหลังจากค้นหาเพียงชั่วครู่ เขาก็พบสร้อยคอสีดำเส้นนั้น
มันเป็นสร้อยคอที่มีไข่มุกสีดำสามเม็ด ซึ่งแผ่กลิ่นอายภูตผีที่แข็งแกร่งออกมา
”สิ่งนี้มีอิทธิพลต่อเขามากเกินไป” ลู่เฉินเอ่ยจบก็ถอดมันออกทันที
ในขณะเดียวกัน เขาได้เคาะหน้าผากของว่านเหยียนด้วยมือข้างหนึ่ง เพื่อเริ่มปิดผนึกความทรงจำบางส่วนของอีกฝ่าย
หนานเหยามองดูภาพตรงหน้าด้วยสีหน้างุนงง
หลังจากผ่านไปประมาณครึ่งชั่วยาม ลู่เฉินก็เหงื่อแตกพลั่ก “เสร็จแล้ว!”
หลังได้ยินเช่นนั้น หนานเหยาพลันถอนหายใจด้วยความโล่งอก “โชคดีที่เขาไม่ตาย!”
ลู่เฉินหยิบสร้อยคอเส้นนั้นขึ้นมาแล้วกล่าวว่า “เข้าไปเถิด”
“เจ้าจะทำอันใด?” หนานเหยาเริ่มระแวง
ทว่าลู่เฉินเพียงส่งยิ้มให้นางแล้วเอ่ยว่า “เจ้ายังวางแผนที่จะล่องลอยอยู่ในจิตสำนึกของเขาต่อไป? หรือว่าอยากเตร็ดเตร่อยู่ข้างนอก?”
หนานเหยาย่อมไม่คิดทำเช่นนั้นเพราะนางยังคงอ่อนแอเกินไป ภูตสาวจึงลังเลอยู่นาน และท้ายที่สุดก็ได้เอ่ยกับลู่เฉินว่า “เจ้าช่วยอะไรข้าหน่อยได้หรือไม่?”
”พูดมา”
“ส่งสร้อยคอเส้นนี้กลับไปยังคนของราชวงศ์หนานโยว”
ลู่เฉินคลี่ยิ้มพลางถามขึ้นมา “อันใดนะ? ยังอยากกลับไปเป็นองค์หญิงหรือ?”
”ในคราที่ข้าตาย ญาติของข้าไม่มีใครรู้เรื่องนี้ ข้าอยากพบพวกเขาก่อนที่ข้าจะสลายไป” หนานเหยากล่าวด้วยท่าทีปลงอนิจจัง
“สลายไป?”
“สร้อยคอเส้นนี้ ถ้าไม่ดูดซับพลังของดอกภูตผีหรือดอกไม้และพืชพิเศษอื่น ๆ ต่อไป ข้าก็จ