้ายและถูกสังหาร วิญญาณของนางก็ถูกผู้ที่ฝึกวิถีภูตผีผนึกไว้ในสร้อยคอ
ต่อมาผู้ฝึกวิถีภูตผีได้รับบาดเจ็บสาหัส ดังนั้นหนานเหยาจึงควบคุมสร้อยแล้วหนีออกมา
แต่เพราะหนานเหยาเป็นภูตผี นางจำเป็นต้องพึ่งพาดอกไม้และต้นไม้พิเศษบางอย่างเพื่อประคองชีพ ก่อนที่วันหนึ่ง… ว่านหยียนคนนี้จะบังเอิญเดินผ่านกลุ่มคนและหยิบสร้อยเส้นนี้ขึ้นมา
และเพื่อที่จะฟื้นตัวให้เร็วกว่าเดิม หนานเหยาจึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากขอให้ว่านเหยียนช่วยนาง
แต่หลังจากที่หนานเหยาเล่าจบ นางก็เอ่ยอย่างกังวลว่า “ทั้งหมดนี้เป็นไปด้วยความสมัครใจของเขา ข้าไม่ได้บังคับเขา!”
“เจ้าไม่ได้บังคับเขา แต่สร้อยเส้นนั้นเป็นศาสตราวิถีภูต และหากผู้ฝึกตนขั้นพลังต่ำต้อยสวมใส่มันเป็นเวลานาน มันก็จะส่งผลกระทบต่อจิตสำนึกของเขาได้โดยง่าย และผลลัพธ์ที่ร้ายแรงที่สุดก็เห็นจะเป็นการที่ผู้ครอบครองกลายเป็นคนโง่เขลาเบาปัญญา”
หนานเหยารู้สึกหดหู่ใจ “ข้าได้เกลี้ยกล่อมให้เขาทิ้งสร้อยคอไปแล้ว แต่เขาปฏิเสธและบอกว่าจะช่วยข้า”
“แล้วเจ้าอยากให้เขาหายดีหรือไม่?”
”แน่นอน ถึงอย่างไรเสียเขาก็นับว่าเป็นผู้ช่วยชีวิตข้า” หนานเหยาพยักหน้า
”เช่นนั้นอีกเดี๋ยวข้าจะปิดผนึกความทรงจำบางส่วนของเขา เพื่อที่เขาจะจำสิ่งเหล่านั้นไม่ได้หลังจากที่ตื่นขึ้น เพียงเท่านี้ปัญหาก็นับว่าจบไป”
หนานเหยารู้สึกยินดีอย่างยิ่ง “จริงหรือ?”
”อืม!”
จากนั้นวิญญาณของลู่เฉินก็กลับเข้าร่าง
ชายหนุ่มเดินไปอยู่ข้าง