หนิวเถิงก็ตกใจ “เช่นนั้นคุณชายน้อยก็ถูกภูตผีรังควานงั้นหรือ?”
ว่านจินเอ่ยอย่างเคร่งขรึมว่า “แต่ลูกชายของข้า เขาตื่นในตอนกลางวัน และเพียงผิดปกติเฉพาะตอนกลางคืนเท่านั้น”
”ตื่น? นั่นเป็นเพียงร่างไร้สติเท่านั้น!”
“ร่างไร้สติ?” ว่านจินเริ่มสับสน
”ไม่เชื่อรึ?”
“ข้าได้เชิญแพทย์และผู้เชี่ยวชาญที่เก่งกาจมากมายมากำจัดภูตผีชั่วร้าย แต่ไม่มีใครพบเจอหรือทำอันใดได้เลย!”
“นั่นเป็นเพราะความรู้และวิชาของพวกเขาไม่ได้เรื่อง!” ลู่เฉินเอ่ยอย่างไม่เกรงใจ
ว่านจินลังเล “จริงหรือ?”
“เอาเป็นว่าเดี๋ยวข้าจะแสดงให้พวกเจ้าดูก็แล้วกัน” หลังชายหนุ่มเอ่ยจบ ว่านจินก็พลันเร่งฝีเท้า เนื่องจากเขาปรารถนาที่จะได้เห็นฝีมือของลู่เฉินยิ่งนักว่าจะเป็นจริงดังที่ปากพูดหรือไม่!
ไม่นานทั้งสามก็มาถึงเรือนแห่งหนึ่ง
ระหว่างนั้น ลู่เฉินพลันดึงพลังในชาติภพที่เขาจุติ ณ แดนชุมนุมภูต และแผ่กระจายไอภูตปกคลุมทั่วกาย ก่อนจะเปลี่ยนให้นัยน์ตากลายเป็นแสงสีดำเข้ม
นี่คือ ‘นัยน์ตาภูตผี’ ดวงตาที่สามารถมองเห็นภูตผีและวิญญาณได้ทั้งมวล
ทว่าว่านจินและหนิวเถิงไม่รู้หรือพบเห็นความผิดปกติใด พวกเขาเพียงเปิดประตูและก้าวเข้าไปภายในทั้งแบบนั้น
ภายในนั้นได้เผยให้เห็นชายหนุ่มที่นอนอยู่บนเตียง และที่โดดเด่นสะดุดตายิ่งนัก เห็นทีคงจะเป็นใบหน้าของคนผู้นี้ที่ดำสนิท!
คนผู้นี้คือลูกชายคนสุดท้องของว่านจิน นามว่า ‘ว่านเหยียน’
“เขาเป็นเช่นนี้มานานแล้ว และบางครั้งเขาก็