จะร้องตะโกนคำแปลก ๆ ออกมา” เมื่อว่านจินมองไปยังว่านเหยียนผู้เป็นลูกชายซึ่งหลับไม่ได้สติ สีหน้าของเขาก็ดูทุกข์ทน ผิดกับลู่เฉินโดยสิ้นเชิง เพราะ…. ชายหนุ่มกำลังใช้ตานัยน์ตาภูตผีมองไปยังภูตสาวในชุดแดงที่ยืนอยู่ข้างว่านเหยียน!
ภูตสาวตนนี้แต่งตัวได้งดงาม และนางก็กำลังร้องเพลงกล่อมว่านเหยียน
ส่วนว่านเหยียน แม้ว่าดวงตาของเขาจะปิดสนิท หากแต่วิญญาณของเขากลับตกอยู่ในภวังค์ และกำลังส่งยิ้มอย่างโง่เขลาให้กับภูตสาวชุดแดง
“ความรักระหว่างมนุษย์และภูตผี?” เมื่อเห็นสิ่งนี้ ลู่เฉินก็ถอนหายใจเบา ๆ
ส่วนว่านจิน เมื่อเขาเห็นลู่เฉินอึ้งค้างก็เอ่ยถามด้วยสีหน้าวิตก “ลูกชายของข้าถูกภูตผีรังควานจริงหรือ?”
”เจ้าอยากเห็นหรือไม่?”
“เห็น?”
“เอาเป็นว่าข้าจะให้เจ้าได้เห็นเองก็แล้วกัน!”
ลู่เฉินเอ่ยจบก็วางมือขวาบนไหล่ของว่านจิน ก่อนจะส่งไอภูต ทำให้ดวงตาของว่านจินกลายเป็นสีดำ และได้เห็นจิตวิญญาณของว่านเหยียนชัดถนัดตา รวมทั้งยังเห็นตัวตนของภูตสาวที่งดงามนั่นด้วย!
ทันทีที่เห็นภาพตรงหน้า ดวงตาของว่านจินพลันเบิกกว้างด้วยความตกใจ “นี่…”
หนิวเถิงเห็นท่าทีของว่านจินแล้วก็งงงวย “ท่านเจ้าเมือง เกิดอันใดขึ้นขอรับ?”
แต่ลู่เฉินกลับดึงมือกลับมาแล้วเอ่ยว่า “ตอนนี้เชื่อข้าแล้วหรือยัง?”
เมื่อเห็นชัดเต็มสองตาของตนเองเช่นนี้แล้ว มีหรือที่ว่านจินจะไม่เชื่อ เขาจึงกล่าวอย่างตื่นเต้นว่า “ท่านอาจารย์ ท่าน ท่านต้องช่วยลูกชายของข้านะขอรับ!”