ระเวนต่อไป ส่วนตัวเขาก็พาลู่เฉินและคนอื่น ๆ ไปที่จวนเจ้าเมือง
ในขณะที่ฮวาหลิงมู่และพวกสตรีกำลังกังวลใจ หัวหน้าทหารยามก็อ้าปากใหญ่ ๆ พูดคุยไม่หยุด “ว่ากันว่าคุณชายน้อยสัมผัสสิ่งที่ไม่สะอาด เขาจึงถูกผีเข้าสิง!”
“ผี?” ทุกคนพลันมองหน้ากัน
“ใช่แล้ว เขาหน้าดำคล้ำ และตกกลางคืนเขาก็มักเดินละเมอ และออกไปจับเป็ดไก่มาดื่มเลือด” หัวหน้าทหารยามพูดไปพลางทำท่าขนลุก
ฮวาหลิงมู่เริ่มตื่นตระหนก “พี่ใหญ่ประหลาด พวกเราอย่าไปเลย”
สตรีคนอื่น ๆ ก็ทยอยกันเกลี้ยกล่อมเขา ทว่าลู่เฉินได้ตั้งมั่นแล้วว่าจะไป เจตนาการไปของเขาในครานี้เป็นเพราะอยากรู้ว่าอีกฝ่ายถูกผีสิงสู่จริงหรือไม่
หากเป็นเช่นนั้นจริง ชาติภพที่แปดของตนก็มีความหวังแล้ว!
เพราะตอนนี้ลู่เฉินขาดพลังของภูตผีและแมลง หากสิ่งเหล่านี้โจมตีมาที่เขา เขาก็มีหวังที่จะรวบรวมพลังทั้งเก้าและทะลวงขั้นสร้างรากฐานได้แล้ว!
แต่ทุกคนไม่รู้เรื่องนี้ และคิดว่าลู่เฉินทำไปเพราะความโมโห
ส่วนหัวหน้าทหารยามนั้นเมื่อเห็นลู่เฉินดื้อดึงเช่นนี้ เขาก็เอ่ยอย่างทอดถอนใจว่า “ข้าจะบอกเจ้าให้ คุณชายน้อยป่วยหนักมาสามปีแล้ว และได้พบกับหมอเก่งกาจมานับไม่ถ้วน ผลน่ะหรือ? หมอพวกนั้นหากไม่เป็นบ้าไปก็ตายตก ส่วนพวกที่เป็นบ้าก็ถูกท่านเจ้าเมืองขังเอาไว้”
เมื่อทุกคนได้ยินเช่นนี้ พวกเขาก็อดที่จะสั่นเทาไม่ได้ มีเพียงลู่เฉินเท่านั้นที่ทำราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น
ทว่าในขณะนั้นเอง คนกลุ่มหนึ่งพลันออกมา