“ที่นั่นคนเยอะ จะหาของสิ่งใดก็สะดวก”
“หาของ?”
“อืม ข้าวางแผนไว้ว่าจะสร้างสถานที่รวบรวมข้อมูลไว้ที่นั่น” ลู่เฉินคลี่ยิ้ม แต่จู่ ๆ ต้นไม้วิญญาณที่แก่ชราก็ตะโกนออกมา “หอนางโลม?”
“นอกจากหอนางโลม ไม่มีสิ่งอื่นแล้วหรือ?”
ต้นไม้วิญญาณที่แก่ชรากระแอมไอ ก่อนจะเอ่ยว่า “เซียนลู่ เมื่อหนึ่งแสนปีก่อน ท่านทำเช่นนี้บ่อยไม่ใช่หรือ?”
“เจ้านี่นะ” ลู่เฉินส่ายหัวอย่างอดไม่ได้
“หรือจะบอกว่า ท่านคิดวางแผนให้พวกเขาเปิดหอนางโลมขึ้น?” ต้นไม้วิญญาณที่แก่ชราถามอย่างสงสัย แต่ลู่เฉินกลับส่ายหัว “ไม่ ข้าคิดจะไปหาแบบที่สำเร็จรูปแล้วมาให้พวกนางช่วยจัดการดูแลก็พอ”
ต้นไม้วิญญาณที่แก่ชราฟังแล้วก็เผยยิ้มออกมา “ที่จริง ท่านไม่ต้องใส่ใจพวกนางก็ได้ เพราะเดิมทีพวกนางก็มีพื้นเพเดิมอยู่ในหอนางโลม ไม่ว่าจะทำอะไร พวกนางก็ทำได้”
“หลายปีมานี้ เจ้าสอนวิชาให้พวกนางมาไม่น้อย?”
“ข้าสอนเกี่ยวกับการตรวจจับ การซ่อนตัว รวมถึงการอ่านจิตใจมนุษย์!” ต้นไม้วิญญาณที่แก่ชราอธิบาย
ลู่เฉินยิ้มเฝื่อนออกมา “เจ้านี่นะ”
“ข้าหวังดีกับพวกนาง มิเช่นนั้น เวลาที่พวกนางอยู่ในป่าทึบ ถ้าหากโดนคนไม่หวังดีจับไป หรือถูกคนของสำนักพฤกษาสวรรค์ไล่ล่า เช่นนั้นจะทำอย่างไรเล่า”
ลู่เฉินเพียงแค่ยิ้มและไม่พูดอะไรต่อ
จากนั้นต้นไม้วิญญาณที่แก่ชราและลู่เฉินก็คุยกันเรื่องสตรีเหล่านี้
จวบจนเริ่มค่ำ พวกเขาก็ได้เดินทางมาถึงเมืองจวนสวรรค์แล้ว
เมืองจวนสวรรค์เป็นเมืองชั้นสามที่