ทั่งลู่เฉินหันมาพูดกับฮวาหลิงมู่ว่า “ดูให้ดีแล้วกัน”
ครั้นเอ่ยจบ ชายหนุ่มก็เดินออกไปข้างหน้า ทว่าเหล่าเสี่ยวเอ้อต่างรีบเร่งเข้ามาขวางหน้าประตูทางเข้าไว้ บางคนถึงขนาดตะโกนออกมาอย่างดุดัน “ไม่อนุญาตให้เข้า!”
“พวกเจ้าพูดว่ามีเพียงแขกคนพิเศษถึงจะสามารถเข้าไปได้ไม่ใช่หรือ?”
“ใช่ แขกคนพิเศษ แล้วเจ้าน่ะใช่หรือ?” เสี่ยวเอ้อถามอย่างดูถูก
เพราะเสี่ยวเอ้อคนอื่น ๆ ไม่เคยเห็นลู่เฉินมาก่อน ดังนั้นพวกเขาจึงไม่คิดว่าลู่เฉินจะเป็นแขกคนพิเศษของที่นี่
ลู่เฉินคลี่ยิ้ม “ต้องทำเช่นไรถึงจะสามารถเป็นแขกคนพิเศษได้?”
“ง่ายมาก จ่ายด้วยศิลาวิญญาณระดับต่ำครบห้าสิบล้าน!” เสี่ยวเอ้อกล่าวออกมา ซึ่งลู่เฉินก็เพียงแค่ยิ้ม “เช่นนั้นข้าต้องการพบเถ้าแก่ของพวกเจ้า!”
“ถึงจะเจอเถ้าแก่ก็ไม่มีประโยชน์ เพราะเป็นกฎของที่นี่!”
จากนั้นเหล่าเสี่ยวเอ้อก็พากันยิ้มเยาะเย้ยออกมา
ลู่เฉินไม่รู้จริง ๆ ว่าคนพวกนี้เอาความมั่นใจมาจากไหน เพียงแต่วันนี้เขาต้องการมอบบทเรียน ‘การเอาตัวรอด’ ให้กับฮวาหลิงมู่
ดังนั้นชายหนุ่มจึงไม่ได้ทำอะไร เพียงแค่มองคนพวกนี้ยิ้ม ๆ แล้วเอ่ยว่า “บอกเถ้าแก่ของพวกเจ้า ว่า ข้าต้องการซื้อของมูลค่าหนึ่งหมื่นล้าน ถ้าหากเขาอยากขายก็ออกมาพบข้า แต่ถ้าไม่อยากขาย เช่นนั้นพวกข้าก็จะไปที่อื่น ไม่รบกวนพวกเจ้าที่นี่!”
เมื่อกล่าวจบ ลู่เฉินก็หมุนตัวเดินออกมาอยากภาคภูมิ
ในขณะที่เหล่าเสี้ยวเอ้อต่างก็งุนงนกันไปหมด พวกเราต่างก็มองหน้