็คงไม่พอ!”
ฮวาหลิงมู่ได้ยินแล้วก็ร้อนใจขึ้นมา “เรายังไม่ได้แตะต้องอะไร เพียงแค่มองเท่านั้น!”
“ขออภัยด้วย ที่นี่มีเพียงแค่แขกคนพิเศษเท่านั้นจึงจะสามารถเข้าไปได้ พวกเจ้าไม่มีคุณสมบัตินี้!” เสี่ยวเอ้อคนหนึ่งยกมุมปากขึ้น ทำให้ฮวาหลิงมู่รู้สึกโมโหจนพลังปราณพลั่งพรูออกมา
แต่แทนที่จะกลัว เหล่าเสี่ยวเอ้อกลับรู้สึกขบขัน
และบางคนยังเอ่ยกระตุ้นขึ้นมา “สาวน้อย หรือว่าเจ้าไม่ได้อ่านกฎของเมืองจวนสวรรค์?”
เหล่าสตรีต่างก็ปลอบให้ฮวาหลิงมู่ใจเย็นลง
“สาวน้อย อย่าหุนหันไปเลย” บางคนเข้ามาขวางนางไว้
และมีบางคนกล่าวเตือนว่า “ที่นี่คือในเมือง จะลงมืออย่างตามใจไม่ได้!”
“อดทนหน่อยเถอะ!”
เห็นได้ชัดว่าสตรีเหล่านี้เคยมาที่นี่ เมื่อเทียบกับฮวาหลิงมู่แล้วย่อมมีความคุ้นเคยและใจเย็นมากกว่า ทว่าฮวาหลิงมู่กลับโมโหจนอดกลั้นไม่ไหว “พวกเขาสงสัยว่าเราเป็นขโมย!”
เหล่าเสี่ยวเอ้อยังคงยิ้ม
“หรือว่าไม่เหมือนล่ะ?” เสี่ยวเอ้อบางคนกล่าวใส่ร้าย
ฮวาหลิงมู่กัดริมฝีปาก ในใจคิดอยากจะจัดการคนพวกนี้ แต่ลู่เฉินกลับตบบ่านางเบา ๆ และเอ่ยว่า “เวลาเจอเหตุการณ์เช่นนี้ อย่ารีบโมโหไป”
“พี่ใหญ่ประหลาด เช่นนี้เจ้าไม่โกรธหรือ?” ฮวาหลิงมู่ถามออกมาด้วยความรู้สึกเสียใจ แต่ลู่เฉินเพียงยิ้มออกมา “พวกเขาก็มีกฎของพวกเขา เพียงแค่เราเล่นไปตามกฎก็ได้แล้ว”
“เล่นไปตามกฎ?” ฮวาหลิงมู่มีสีหน้างุนงง ขณะที่สตรีเหล่านั้นต่างก็แปลกใจว่าลู่เฉินต้องการทำสิ่งใด
จนกระ