ส่วนลู่เฉินเพียงแค่มองไปยังพวกเขาก่อนจะเอ่ยว่า “พวกเจ้าอยู่ที่นี่ก่อน ข้าจะไปพบต้นไม้วิญญาณชรานั่น”
จากนั้นลู่เฉินก็ขึ้นภูเขาไป
ส่วนฮวาหลิงมู่ ขณะนี้นางก็กำลังติดพันโอ้อวดแก่บรรดาพี่สาวเหล่านี้ “ข้าจะบอกพวกท่านให้นะ ข้าได้ฝึกวิชาใหม่อีกวิชาแล้ว!”
สตรีทั้งหลายต่างก็แปลกใจ พากันยืนล้อมฮวาหลิงมู่
ส่วนลู่เฉินนั้น เมื่อขึ้นไปบนภูเขา เขาก็ได้พบกับต้นไม้วิญญาณที่แก่ชรา
“ล่มสลายแล้วจริงหรือ?” ต้นไม้วิญญาณที่แก่ชรารู้สึกไม่เชื่อจนต้องเอ่ยถามซ้ำอีกครั้ง ซึ่งลู่เฉินก็ยิ้มพลางมอง “เจ้าคิดว่าเรื่องเล็กแค่นี้ ข้าจะทำไม่ได้หรือ?”
ต้นไม้วิญญาณที่แก่ชราจึงตอบแก้เก้อ “ก็จริง”
“ตอนนี้ถึงเวลาพูดเรื่องของเจ้าแล้ว”
“ข้า?”
“ข้าวางแผนจะพาเจ้าไป แบบนี้จะง่ายต่อการค้นหาว่าแก่นไม้ของเจ้าอยู่ที่ใด” ลู่เฉินพูดกับต้นไม้วิญญาณที่แก่ชรา ซึ่งอีกฝ่ายก็ไม่กังขาใด ๆ และทำเพียงขานรับ “อืม”
“เช่นนั้น เจ้าจงเปลี่ยนเป็นสิ่งอื่นเพื่อให้ข้าพกพาได้สะดวก”
ว่าแล้วต้นไม้วิญญาณที่แก่ชราก็พลันแปลงกายเป็นหมวกฟาง แต่ลู่เฉินกลับหัวเราะ “ข้าไม่ใส่หมวกฟาง”
ต้นไม้วิญญาณที่แก่ชราจึงเปลี่ยนอีกครั้ง
รองเท้าฟาง
เสื้อฟาง เสื่อฟาง…
จนแล้วจนเล่า ลู่เฉินก็ทนดูต่อไปไม่ได้อีก เขาบอกให้มันเปลี่ยนเป็นกระบี่ไม้เล่มหนึ่ง เช่นนี้จะได้ไม่ดูประหลาดไป
“เช่นนี้หรือ?” หลังจากต้นไม้วิญญาณที่แก่ชราเปลี่ยนเป็นกระบี่ไม้สีเขียวเล่มหนึ่ง ซึ่งชายหนุ่มก็ตอบเพีย