่างจำแลง พร้อมกับส่งออกปราณเพลิงเข้าปกคลุมรอบทั้งสองร่างนั้น!
จากนั้นใบไม้ทั้งสองก็กลายเป็นเพียงภาพจาง ๆ เมื่อเถียนอวิ๋นเมิ่งเห็นสองคนนี้ค่อย ๆ กลายเป็นเพียงใบไม้ธรรมดา ๆ โทสะก็พลันพุ่งพรวด เขาเบิกตากว้างคำรามลั่น “นี่มันสิ่งบัดซบอันใด?”
ขณะนั้นเอง ใบไม้ทั้งสองก็สูญเสียพลังออกไปจนหมดสิ้นและร่วงลงสู่พื้นดิน
เถียนอวิ๋นเมิ่งเองก็โมโหจนกัดฟันกรอด ส่วนเสี่ยเจี้ยน เขาเบิกตาทั้งสองข้างขึ้นและสบถออกมา “ข้าต้องฆ่าเขาให้ได้!”
“แย่แล้ว เขาต้องหนีไปแล้วเป็นแน่!” เถียนอวิ๋นเมิ่งร้อนใจ
ว่าแล้วเสี่ยเจี้ยนก็คว้าตัวเถียนอวิ๋นเมิ่งมาและกลับไปยังสำนักพฤกษาสวรรค์โดยเร็วที่สุด แต่ค่ายกลกำจัดมารของสำนักพฤกษาสวรรค์นั้นเปิดอยู่ตลอดเวลา และพวกเขาก็ไม่รู้เช่นกันว่าภายในเกิดอะไรขึ้นบ้าง จึงทำเพียงแค่ยืนเพ่งมองจากด้านนอก
“สมควรตายนัก!” เถียนอวิ๋นเมิ่งโมโหจนอยากจะทำให้สำนักพฤกษาสวรรค์ราบเป็นหน้ากลอง
ส่วนเสี่ยเจี้ยนได้แต่กัดฟันกรอด
…
ลู่เฉินและฮวาหลิงมู่ออกจากที่แห่งนี้เพื่อกลับไปยังป่าทึบ จึงได้พบเหล่าสตรีที่กำลังลังรออยู่
หญิงสาวเหล่านั้นเมื่อเห็นฮวาหลิงมู่กลับมาก็พากันถอนหายใจอย่างโล่งอก และขึ้นไปทักทายทั้งสอง
ฮวาหลิงมู่บอกผู้หญิงเหล่านี้ว่าตนไม่เป็นอะไร และยังกล่าวอย่างภาคภูมิใจว่า “สำนักพฤกษาสวรรค์ถูกทำลายลงแล้ว!”
“อันใดนะ?” ทุกคนต่างก็ตกใจ
ฮวาหลิงมู่จึงค่อย ๆ เล่าให้ฟัง
ครั้นทุกคนฟังแล้วต่างก็พากันตกตะลึง