ไรกับสตรีเหล่านี้ที่เจ้ารับเลี้ยงไว้?”
“เซียนลู่ สตรีเหล่านี้รู้วิชามาไม่น้อย ถ้าหากใช้ประโยชน์ดี ๆ คงเกิดประโยชน์มากเป็นแน่!”
“เจ้าอยากให้ข้าพาพวกนางไปด้วย?” ลู่เฉินเกิดมึนหัวขึ้นมาเมื่อคิดว่าต้องพาคนไปมากขนาดนี้ แต่ต้นไม้วิญญาณที่แก่ชรากลับเสนอขึ้นว่า “ท่านสามารถพาพวกนางเข้าเมืองเพื่อช่วยจัดการปัญหายุ่งยากของท่านได้”
“เข้าเมือง? เรื่องยุ่งยาก?” ลู่เฉินคิดเพียงครู่ก็ตัดสินใจได้
เมื่อต้นไม้วิญญาณที่แก่ชราเห็นท่าทีของเขาก็ถามอย่างสงสัย “ท่าน มีแผนแล้ว?”
“อืม มีแล้ว” ลู่เฉินเก็บอาการ เขาหยิบกระบี่และลงจากภูเขา
เมื่อคนเหล่านี้เห็นลู่เฉินแล้วต่างก็รีบกล่าวต้อนรับกัน “ผู้อาวุโส!”
เห็นได้ชัดว่าช่วงหลายวันมานี้ ต้นไม้วิญญาณที่แก่ชราได้สอนวิชาให้พวกนางมาไม่น้อย ทว่าลู่เฉินเพียงแค่ยิ้ม “ไปเถอะ”
“ไป?” ทุกคนต่างมองหน้ากัน แม้แต่ฮวาหลิงมู่ยังประหลาดใจ “ไปไหน?”
“หาเมืองใหญ่ ๆ สักเมืองหนึ่ง ทำให้พวกเจ้าได้ใช้ชีวิตเฉกเช่นคนปกติ”
เมื่อฮวาหลิงมู่ได้ยินว่าสามารถเข้าไปในเมืองได้ นางก็รู้สึกดีใจยิ่ง “เข้า… เข้าเมืองได้จริงหรือ?”
คำขานรับของลู่เฉินเป็นผลให้สตรีเหล่านั้นต่างก็พากันดีใจ เพราะพวกนางอยู่ที่มานานหลายปี และลังเลใจยิ่งนักว่าจะออกไปดีหรือไม่
เมื่อได้ยินว่าสามารถออกไปจากที่นี่ได้ พวกนางจึงรู้สึกดีใจ ทว่าราวกับฮวาหลิงมู่คิดอะไรบางอย่างออกมาได้จึงเอ่ยขึ้นว่า “เช่นนั้นท่านปู่ เขาจะอยู่ที่นี่คนเดีย