วงั้นหรือ?”
“เขา? อยู่นี่” ลู่เฉินยกกระบี่ในมือขึ้นมาส่งให้นางดู
ฮวาหลิงมู่เบิกตากว้าง “ไม่จริงน่า!”
“อะไรคือไม่จริง หรือว่าพอเปลี่ยนไปเป็นเช่นนี้ เจ้าก็จำข้าไม่ได้เสียแล้ว?” ต้นไม้วิญญาณที่แก่ชราพลันเอ่ยออกมา ทำให้หลายคนพากันตกใจ!
ฮวาหลิงมู่ที่ได้ยินเสียงอันคุ้นเคยจากกระบี่ตรงหน้าแปลกใจไม่น้อย “ท่านปู่ ท่านก็มีวิชาเจ๋ง ๆ เช่นนี้ด้วยหรือ?!”
“พูดให้มันน้อย ๆ หน่อย!” วาจาตำหนิทีเล่นทีจริงนี้ทำให้ฮวาหลิงมู่ยิ้มเก้อเขิน
ก่อนที่ต้นไม้วิญญาณที่แก่ชราจะหันไปเอ่ยกับทุกคน “เมื่อเข้าเมืองแล้ว พวกเจ้าต้องเชื่อฟังทุกสิ่งที่ผู้อาวุโสสั่ง เข้าใจหรือไม่?”
เหล่าสตรีขานรับ “เจ้าค่ะ!”
ลู่เฉินยิ้ม จากนั้นจึงเก็บกระบี่และเดินนำทุกคนไป
ระหว่างทาง ลู่เฉินพลันหันไปถามเจียลั่วที่ร่างกายฟื้นฟูเป็นปกติแล้ว “เจ้ารู้จักโจวกังหรือไม่?”
“โจวกัง ผู้อาวุโสโจว?” เจียลั่วสงสัยว่าเหตุใดชายหนุ่มจึงถาม ลู่เฉินจึงเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
“ตอนที่ข้าไปยังสำนักพฤกษาสวรรค์ ข้าได้เห็นเขาใช้อักขระยันต์หุ่นเชิด”
“อันใดนะ?” เจียลั่วมีสีหน้าเปลี่ยนไป
เมื่อเห็นท่าทีของเจียลั่ว ลู่เฉินจึงเอ่ยปลอบ “ถ้าข้ากลับไปแล้วมีโอกาส ข้าจะจับเขามาถามอีกสักครั้ง!”
เจียลั่วพยักหน้า ส่วนฮวาหลิงมู่หันกายมาและเอ่ยอย่างตื่นเต้น “พี่ใหญ่ประหลาด ตอนนี้เราวางแผนคิดจะไปยังเมืองไหนกัน?”