ื่อเสี่ยเจี้ยนและเถียนอวิ๋นเมิ่งหนีออกมาจากสำนักพฤกษาสวรรค์แล้ว สีหน้าของทั้งสองต่างก็ดูไม่ค่อยดีสักเท่าไหร่ โดยเฉพาะเสี่ยเจี้ยน เมื่อเห็นบาดแผลจากกระบี่บนร่างกายของตน เขาก็เอ่ยพล่ามออกมาอย่างแค้นเคือง “รอมันออกมาก่อนเถอะ ข้าจะต้องฆ่ามันให้ได้!”
ส่วนเถียนอวิ๋นเมิ่ง นางโมโหจนริมฝีปากเป็นสีม่วง สีหน้าก็ดูไม่ค่อยดีนัก
ทว่าไม่เพียงแต่ทั้งสองเท่านั้น แม้แต่ผู้คนที่หลบหนีออกมาจากสำนักพฤกษาสวรรค์ พวกเขาต่างก็พากันมารวมตัวด้านนอก
เมื่อลวี่ซ่างเพียวมองดูบรรดาศิษย์ที่ได้รับบาดเจ็บนอนกองกันอยู่ เขาก็พลันกล่าวออกมาด้วยความโมโหว่า “สำนักพฤกษาสวรรค์ที่สวยงามของข้า ถูกเจ้าหนุ่มขั้นกลั่นลมปราณทำลายจริง ๆ งั้นหรือ?”
ผู้อาวุโสคนหนึ่งกล่าวปลอบ “ท่านอาจารย์ ท่านอย่าได้มีโทสะไป!”
“ไม่ให้มีโทสะ? สำนักล่มสลายลงแล้ว เจ้ายังจะมาบอกไม่ให้ข้ามีโทสะ?” ลวี่ซ่างเพียวโมโหจนตะโกนออกมา ผู้อาวุโสจื่อจึงเอ่ยปลอบ “เพียงแค่เราฟื้นฟูสำนักอีกครั้ง หลังจากนั้นจะไปจัดการเขาก็ย่อมได้!”
“ฟื้นฟูสำนัก? ตอนนี้แม้แต่วัตถุดิบจำเป็นก็ไม่มี จะฟื้นฟูได้อย่างไร?” สีหน้าของลวี่ซ่างเพียวดูน่ากลัวมากยิ่งขึ้น
ผู้อาวุโสจื่อเอ่ยขึ้นมาอย่างลังเล “พวกเราสามารถไปยังสำนักฟ้าศักดิ์สิทธิ์ได้!”
“สำนักฟ้าศักดิ์สิทธิ์?” ลวี่ซ่างเพียวขมวดคิ้ว ผู้อาวุโสจื่อจึงอธิบายว่า “ท่านลองคิดดู สำนักฟ้าศักดิ์สิทธิ์ไล่ล่าตามฆ่าเจ้าหนุ่มนี่มาตลอด ถ้าหากเราร่วมมือ