สี่ยเจี้ยนและเถียนอวิ๋นเมิ่งสัมผัสโดนแสงสว่างสีทองนี้ พลังของพวกเขาก็อ่อนแอลงทันที
“สมควรตายนัก!” เสี่ยเจี้ยนยังไม่ลืมว่าต้องไปโจมตีลู่เฉิน เขาลงมืออีกครา แต่ลู่เฉินเพียงใช้ ‘กำแพงพันชั้น’ ก็สามารถต่อต้านการโจมตีของเขาได้แล้ว
…ผลลัพธ์เช่นนี้ทำให้เสี่ยเจี้ยนตกตะลึง “เป็นไปไม่ได้!”
“ค่ายกลกำจัดมารนี้จะกดทับพลัง ทำให้เจ้าสามารถใช้พลังได้เพียงหนึ่งในพัน หรือบางทีอาจต่ำกว่านั้นเสียอีก!!” ลู่เฉินยิ้ม จากนั้นจึงเริ่มร่ายเคล็ดวิชากระบี่ออกมา
ปราณกระบี่นับพันเปลี่ยนเป็นสิบในฉับพลัน ก่อนที่มันจะทะยานสู่สุญญะและโจมตีออกไป!
เสี่ยเจี้ยนมีสีหน้าเปลี่ยนไปทันที เพราะบนร่างของเขาชุ่มโชกไปด้วยเลือด และม่านพลังมารก็อ่อนพลังลงไปมาก ดังนั้นเมื่อถูกโจมตีอีกครั้งจึงทำให้บาดเจ็บสาหัส!
ผลลัพธ์เช่นนี้ทำให้เสี่ยเจี้ยนเกิดโทสะ เขาตะโกนก้องออกมา “ฝากไว้ก่อนเถอะ!”
เพียงไม่นาน เสี่ยเจี้ยนก็กลายเป็นเพียงภาพติดตา เช่นเดียวกับเถียนอวิ๋นเมิ่งที่จากไปภายในเวลาไม่นานหลังจากนั้น
ลู่เฉินเก็บกระบี่พลางเอ่ยว่า “ช่างอ่อนแอกันจริงเชียว!”
จากนั้นชายหนุ่มก็มองไปรอบ ๆ สำนักพฤกษาสวรรค์ เขากวาดสายตามองทะเลเพลิง รวมทั้งร่างของผู้เสียชีวิต “สำนักนี้ช่างอ่อนแอเสียจริง!”
ลู่เฉินเอ่ยจบก็กลับเข้าไปในค่ายกลที่มีฮวาหลิงมู่ฝึกวิชาอยู่
สำหรับฮวาหลิงมู่ นางไม่รู้แม้แต่น้อยว่าภายนอกนั้นเกิดอะไรขึ้นบ้าง เด็กสาวจึงทำเพียงตั้งใจฝึกฝนต่อไป
…
เม