งไปยังสำนักพฤกษาสวรรค์
ส่วนสำนักฟ้าศักดิ์สิทธิ์เองก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ พวกเขารีบส่งกลุ่มคนออกไปเช่นเดียวกัน
….
เมื่อลู่เฉินเห็นว่าฮวาหลิงมู่ฝึกวิชาคุมจิตวิญญาณถึงขั้นหนึ่งได้สำเร็จ เขาก็ยิ้มออกมา “ยินดีด้วย”
ฮวาหลิงมู่ดีใจจนรีบลุกขึ้น ก่อนจะใช้วิชาคุมจิตวิญญาณขั้นหนึ่งทำให้ของที่ถูกควบคุมค่อย ๆ ลอยขึ้น ก่อนจะตกลงสู่พื้น
“พี่ใหญ่ประหลาด วิชาคุมจิตวิญญาณนี้ช่างร้ายกาจเสียจริง!” ฮวาหลิงมู่เอ่ยออกมาด้วยความดีใจ ซึ่งลู่เฉินก็ทำเพียงยิ้มแล้วกล่าวว่า “ตอนนี้เป็นเพียงแค่ขั้นหนึ่งเท่านั้น ต่อไปถ้าฝึกไปถึงขั้นสอง ขั้นสาม ก็จะยิ่งเก่งกาจมากกว่านี้”
“เช่นนั้น เมื่อไหร่ข้าถึงจะได้ฝึกขั้นต่อไป?”
“ยังมีขั้นตอนที่จำเป็นอีก แต่ว่าตอนนี้ต้องออกไปจากที่นี่เสียก่อน”
เมื่อฮวาหลิงมู่ได้ยินว่าต้องออกจากที่นี่ นางก็สงสัยขึ้นมา “แล้วคนของสำนักพฤกษาสวรรค์เล่า พวกเขาหาเราเจอหรือไม่?”
“คนของสำนักพฤกษาสวรรค์?” ลู่เฉินยิ้ม
ฮวาหลิงมู่ที่เห็นท่าทีเช่นนั้นพลันเกิดสงสัยขึ้นมา “เราอยู่ที่นี่กันมาหลายวัน ควรจะมีใครตามหาเราพบบ้างสิ!”
“มีคนหาเจอแล้ว แต่ว่า…”
“แต่อะไร?” ฮวาหลิงมู่ไม่เข้าใจ ลู่เฉินจึงเดินออกมาจากมุมมืด เขานำมู่หลงที่ถูกทิ้งไว้มาอยู่ตรงหน้าฮวาหลิงมู่
เมื่อฮวาหลิงมู่เห็นเช่นนั้น นางจึงถามออกมาด้วยความประหลาดใจ “ทำไมเขาถึงมาอยู่ที่นี่?”
“ข้ารับปากเจ้าแล้วว่าจะช่วยเจ้าจับเขา และทำลายสำนักพฤกษาสวรรค์” ลู่เฉินยิ้