้า เจ้ารู้จักอักขระยันต์หุ่นเชิดได้อย่างไร?” โจวกังรู้สึกตกตะลึงอีกครั้ง
ลู่เฉินไม่ตอบ เขาทำเพียงแค่ยิ้มแล้วเอ่ยว่า “สิ่งที่ข้ารู้ยังมีมากกว่านี้!”
ทว่าโจวกังไม่ยอมรับ และยังคงตะโกนออกมา “หลอกลวง!”
โจวกังพยายามควบคุมคนที่เหลืออีกครั้ง แต่ผลกลับออกมาเป็นเช่นเดิม ‘หุ่นเชิด’ เหล่านั้นต่างก็ค่อย ๆ ถูกค่ายกลกลืนกินไปทีละคน
เห็นดังนั้นแล้วโจวกังก็ตกใจยิ่งนัก เขารีบออกไปด้านนอกทันที
เมื่อออกมาด้านนอก ผู้คนของสำนักพฤกษาสวรรค์ต่างก็พากันถามไถ่สิ่งที่เกิดขึ้นภายใน
และแม้โจวกังจะมีท่าทีสงบนิ่ง ทว่าภายในใจของเขาตอนนี้… กลับร้อนดั่งไฟผลาญ! “นะ… นี่”
ไม่มีใครรู้ว่าลู่เฉินกำลังยิ้มอยู่ เพียงไม่นานชายหนุ่มก็เอ่ยขึ้นว่า “แท้จริงแล้วเจ้าคงไม่มีความสามารถ ‘มากพอ’ ที่จะทำลายค่ายกลนี้ได้”
ทว่าผู้คนภายนอกต่างก็ไม่เชื่อและพากันกล่าวท้าทายลู่เฉิน ส่วนผู้อาวุโสจื่อตะโกนออกมาดังกว่าใครว่า “เจ้าหนุ่ม ปรมาจารย์โจวเป็นถึงหนึ่งในสิบปรมาจารย์ค่ายกลระดับศักดิ์สิทธิ์เชียวนะ”
“เช่นนั้นเลยหรือ? แต่เหตุใดในสายตาของข้า เขาจึงดูขี้ขลาดตาขาวนัก!” ลู่เฉินอดไม่ได้ที่จะเย้าแหย่ให้โจวกังปั้นหน้าไม่ถูก “เจ้าหนุ่ม ข้าเพียงแค่ยังไม่เอาจริงเท่านั้น!!”
“โอ้? เช่นนั้นก็เชิญเลย ข้าจะรอดูว่ายามที่เจ้าเอาจริงจะเก่งกาจเพียงใด!!”
โจวกังพลันตะโกนออกมา “ไม่ว่าค่ายกลไหนต่างก็ต้องมีใจกลางและการสนับสนุนที่แข็งแกร่ง เพียงแค่เราโจมตีให้หนัก