ค่ายกลนี้ต้องแตกกระจายเป็นแน่!”
“วิธีง่าย ๆ เช่นนี้ ยังจำเป็นต้องให้เจ้ามาสอนพวกเขาหรือ? หรือเจ้าคิดว่าพวกเขาโง่เขลากัน?” ลู่เฉินหัวเราะขึ้นมา
โจวกังแสดงสีหน้าปั้นยากออกมาทันที ส่วนผู้คนในสำนักพฤกษาสวรรค์ต่างพากันมีสีหน้าเปลี่ยนไป ทุกคนรู้อยู่แล้วว่าเพียงแค่โจมตีค่ายกลก็จะสามารถทลายมันได้ ทว่า…
การทำเช่นนั้นต้องใช้เวลาไม่น้อย และสิ่งที่ใช้เป็นแกนกลางค่ายกลก็เป็นของล้ำค่าของสำนักทั้งสิ้น หากเสียหายพังทลายขึ้นมา ไม่ใช่ว่าจะเป็นพวกเขาเองหรอกหรือที่จะต้องมาเสียดาย!
ดังนั้นเหล่าผู้อาวุโสและบรรดาผู้อาวุโสสูงสุดต่างก็ตีหน้าเข้มครุ่นคิดอย่างหนัก
โดยเฉพาะลวี่ซ่างเพียวที่มองไปยังโจวกังพลางเอ่ยถาม “ปรมาจารย์โจว ไม่มีหนทางอื่นแล้วหรือ?”
“เจ้าหนุ่มคนนี้เจ้าเล่ห์เกินไป ข้าต้องตรวจสอบก่อนสักหน่อย ดังนั้นระหว่างรอให้ข้าหาจุดอ่อนของค่ายกลนี้ เชิญพวกท่านโจมตีกันก่อน” โจวกังกล่าวยืดเยื้อเพื่อรักษาหน้า
ลวี่ซ่างเพียวเองก็ทำได้เพียงพยักหน้าตอบ จากนั้นจึงถ่ายทอดคำสั่งให้บรรดาผู้อาวุโสออกโจมตีค่ายกลนี้
ค่ายกลค่อย ๆ ถูกทำลายลงไป แต่ลู่เฉินกลับยิ้มพลางเอ่ยออกมาว่า “ที่นี่มีของล้ำค่าเยอะทีเดียว คาดว่าพวกเจ้าโจมตีอีกสักหนึ่งพันปีก็น่าจะทลายได้แล้ว”
“ชั่วช้าสารเลว!” ลวี่ซ่างเพียวอดไม่ได้ที่จะก่นด่าออกมา เช่นเดียวกับผู้อาวุโสจื่อและคนอื่น ๆ ที่บันดาลโทสะจนกัดฟันกรอด
โจวกังพึมพำในใจ “เจ้าหนุ่มนี่ …แท้จริงแล้วเป็