นใครกันแน่? เหตุใดจึงสามารถวางค่ายกลที่แข็งแกร่งเพียงนี้ได้!”
เมื่อลู่เฉินเห็นว่าพวกเขาไม่มีแผนการใดอีก ชายหนุ่มจึงหันมาเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับค่ายกลต่อ
เวลาค่อย ๆ ล่วงเลยผ่านไป
จวบจนกระทั่งถึงวันรุ่งขึ้น เหล่าผู้อาวุโสและผู้อาวุโสสูงสุดต่างก็ค่อย ๆ อ่อนเรี่ยวแรงลง พวกเขาทำได้เพียงหยุดการโจมตี ซึ่งการกระทำนี้ก็ทำให้เกิดการซุบซิบนินทาในหมู่ศิษย์ทั้งหลาย
ขณะนี้ผู้อาวุโสจื่อไม่รู้จะทำสีหน้าเช่นไรดี แต่โจวกังกลับนำทางลวี่ซ่างเพียวไปยังที่ลับตาคนและเอ่ยถาม “ข้าว่านะท่านพี่ลวี่ เจ้าหนุ่มนี่กับพวกท่านมีเรื่องบาดหมางอันใดกัน? เหตุใดเขาจึงทำกับพวกท่านเช่นนี้?”
“มียัยเด็กแสบคนหนึ่งเป็นผู้พามา” ลวี่ซ่างเพียวตอบอย่างโมโห โจวกังจึงเอ่ยถามด้วยความสงสัย “ยัยเด็กแสบ?”
“ใช่ หลายปีมานี้มักจะมีเด็กสาวคนหนึ่งมาสร้างความวุ่นวายรอบ ๆ สำนักพฤกษาสวรรค์ของพวกข้า พอเกิดเรื่องก็วิ่งเร็วจากไปอย่างรวดเร็ว และครานี้… นางก็ได้พาเจ้าหนุ่มน่ารังเกียจคนนี้มาด้วย!” ลวี่ซ่างเพียวยิ่งพูดยิ่งเกิดโทสะ
โจวกังครุ่นคิดอย่างหนัก “สถานการณ์ตอนนี้เห็นทีต้องใช้เล่ห์กลแล้ว!”
“เล่ห์กลใด?”
“หลอกล่อให้เขาออกมา!”
“ถ้าหลอกง่ายเช่นนั้นข้าทำไปนานแล้ว” ลวี่ซ่างเพียวตอบอย่างหมดหนทาง แต่โจวกังกลับสงสัย “ประวัติของเจ้าเด็กนี่ ท่านรู้หรือไม่?”
หลังจากลวี่ซ่างเพียวอธิบายจบ โจวกังก็พลันคลี่ยิ่มเหี้ยมเกรียมออกมา “ข้ามีวิธีแล้ว”
คำพูดนี้ทำให้