้าจึงอวดเก่งอยู่คนเดียว?”
“ข้าแค่ไม่อยากให้พวกเจ้ารู้” เถียนอวิ๋นเมิ่งแค่นเสียงหึ ส่วนเสี่ยเจี้ยนก็ขมวดคิ้ว “แล้วเหตุใดเจ้าถึงถูกเปิดโปง?”
“ล้วนเป็นเพราะเจ้าหนุ่มนั่น!” เถียนอวิ๋นเมิ่งกล่าวด้วยสีหน้าดุดัน
เสี่ยเจี้ยนเผยสีหน้าสงสัย “เจ้าหนุ่มคนนั้น?”
“เจ้ายังจำชายหนุ่มที่เข้าหาข้าตอนที่ข้าไปปฏิบัติภารกิจเมื่อหนึ่งปีที่แล้วได้หรือไม่” เถียนอวิ๋นเมิ่งกล่าวอย่างเย็นชา ส่วนเสี่ยเจี้ยนมีท่าทีลังเลและถามว่า “คนจากตระกูลลู่ที่อยู่ขั้นกลั่นลมปราณ?”
”ใช่ เขานั่นแหละ”
“เขาไม่ใช่ว่าถูกทำลายรากวิญญาณจากสำนักฟ้าศักดิ์สิทธิ์เมื่อไม่นานมานี้และถูกตามล่าอยู่หรือ? เหตุใดเขาถึงทำร้ายเจ้าได้เช่นนี้?” เสี่ยเจี้ยนกล่าวอย่างเย็นชา
เถียนอวิ๋นเมิ่งที่ได้ยินดังนั้นก็โกรธจัด นางจึงเล่าทุกสิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้ให้เขาฟัง
เสี่ยเจี้ยนฟังจบก็กล่าวด้วยความสงสัย “ดูเหมือนว่ารากวิญญาณของคนผู้นี้จะยังไม่ถูกทำลาย!”
“เป็นไปไม่ได้! คนของสำนักฟ้าศักดิ์สิทธิ์ทำลายรากวิญญาณเขาแล้วชัด ๆ และยามที่เขากลับไปยังตระกูลลู่ ข้าก็ได้ส่งคนไปพบเขาด้วยเพื่อยกเลิกการหมั้นหมาย!” เถียนอวิ๋นเมิ่งส่ายหัวทันที
หลังจากได้ยินสิ่งนี้ เสี่ยเจี้ยนก็เอ่ยว่า “เช่นนั้นก็รอก่อน”
”รอ?”
“รอโอกาส เราเข้าไปเอาศาสตราวุธวิถีมารในสำนักพฤกษาสวรรค์แล้วค่อยหาโอกาสสังหารเจ้าหนุ่มนั่น” เสี่ยเจี้ยนพูดอย่างเย็นชา ส่วนเถียนอวิ๋นเมิ่งที่ได้ฟังก็กระตือรือร้นทันที “