ายกลตรงหน้านับว่าลำบากไม่น้อย ดังนั้นให้เวลาข้าหน่อย ข้าทำลายได้แน่!”
”ขอบพระคุณ!”
“ทว่าข้าต้องการผู้ฝึกตนขั้นหลอมแก่นแท้มาร่วมมือกับข้าด้วย” โจวกังมองไปที่ลวี่ซ่างเพียว อีกฝ่ายจึงรีบไปหาคนมาทันที
เมื่อได้คนมาแล้ว โจวกังก็หยิบกระดาษเปล่าขึ้นมาและบอกกับพวกเขาว่า “อีกเดี๋ยวข้าจะวางกระดาษลงบนตัวพวกเจ้า ถึงยามนั้นข้าให้พวกเจ้าเดินไปทางใด พวกเจ้าก็ไปตรงนั้นเข้าใจหรือไม่?”
เมื่อได้ยินเช่นนี้ ศิษย์บางคนก็กังวลทันที “จะมีอันตรายหรือไม่?”
“อันตรายหรือ? แน่นอนว่าไม่!”
”แต่…”
ศิษย์เหล่านี้ยังคงกังวล แต่โจวกังก็มองไปที่ลวี่ซ่างเพียว ดังนั้นลวี่ซ่างเพียวจึงตะโกนว่า “มองอันใด ทำตามที่ปรมาจารย์โจวบอก”
”ขอรับ”
พวกเขาเห็นเพียงโจวกังหยิบกระดาษที่เต็มไปด้วยอักขระยันต์แปลก ๆ ออกมาแล้วแปะลงบนตัวของคนเหล่านี้
ครู่ต่อมาอักขระยันต์เหล่านั้นก็หายไป
เห็นเพียงศิษย์เหล่านั้นมองหน้ากันไปมา ก่อนที่โจวกังจะร้องสั่งว่า “เข้าไป!”
ว่าแล้วคนเหล่านี้ก็เดินเข้าไปทีละคนโดยไม่ลังเล ราวกับว่าถูกควบคุมโดยสมบูรณ์
ลู่เฉินที่อยู่ในค่ายกลพลันเริ่มสงสัย “อักขระยันต์หุ่นเชิด?”
อักขระยันต์หุ่นเชิดชนิดนี้ ครั้งที่แล้วชายหนุ่มเคยพบในร่างเถ้าแก่อู๋ ศิษย์พี่ของเจี่ยลัว และลู่เฉินก็เดาว่าคนในสำนักค่ายกลสวรรค์เป็นคนทำ ดังนั้นเมื่อเห็นอีกครั้งในยามนี้ ลู่เฉินจึงสงสัยว่าคนคนนั้นคือโจวกังที่อยู่ตรงหน้าเขาหรือไม่!?
ทว่าไม่ว่าจะใช่หรือไม่ก