ทำอะไรเจ้าไม่ได้จริงหรือ?” ลวี่ซ่างเพียวทนไม่ไหวอีกต่อไป ทว่าลู่เฉินกลับฉีกยิ้มยียวน “ถ้าเจ้ามีวิธีก็จัดการสิ อย่ามัวพูดพล่ามไร้สาระ”
”ได้ รอเดี๋ยว ข้าจะไปหาคนมา!”
หลังจากลวี่ซ่างเพียวกล่าวเช่นนั้น เขาก็หันไปพูดคุยกับคนอื่น ๆ “ใครจะอาสาไปสำนักค่ายกลสวรรค์ ไปเชิญท่านปรมาจารย์โจวมาที่นี่?”
“ข้าจะไป!” ผู้อาวุโสคนหนึ่งตอบ
“ได้ รีบไปรีบกลับ!”
หลังจากนั้น ลวี่ซ่างเพียวก็หันมาขู่ลู่เฉินที่อยู่ในค่ายกล “เจ้าหนุ่ม เจ้ารู้หรือไม่ว่าปรมจาร์ยโจวเป็นใคร?”
“ข้าไม่สน!”
“ปรมจาร์ยโจว คือหนึ่งในสิบสุดยอดปรมาจารย์ค่ายกลของแดนทักษิณา! ต่อให้เป็นค่ายกลระดับเก้าดาว เขาก็มีวิธีทลายมัน!”
ลู่เฉินรับคำอืมอา ทว่าไม่ได้มีท่าทีเกรงกลัวหรือสนใจแม้แต่น้อย
หลังจากที่เห็นท่าทีของลู่เฉิน ลวี่ซ่างเพียวก็แค่นเสียงหึแล้วเอ่ยว่า “ได้ เจ้าก็อยู่ต่อไปเถิด! ถึงยามนั้นมาดูกันว่าพวกเราจะฉีกเจ้าเป็นชิ้น ๆ อย่างไร!”
ลู่เฉินไม่สนใจ เขายังคงเพิ่มวัตถุดิบบางอย่างลงในค่ายกลต่อ เพื่อให้ค่ายกลมีเสถียรภาพและมั่นคงมากขึ้น
โดยขณะเดียวกัน ผู้อาวุโสและศิษย์เหล่านั้นต่างก็กำลังยืนเฝ้าอยู่ข้างนอกไม่ออกไปไหน
…
เมื่อราตรีย่างกรายเข้ามา เถียนอวิ๋นเมิ่งซึ่งอยู่นอกสำนักพฤกษาสวรรค์ก็แอบย่องไปที่ตีนเขาอีกครั้ง แต่นางกลับพบว่ารอบเขามีค่ายกลเปิดอยู่และไม่สามารถเข้าไปได้ จึงได้แต่สาปแช่งในใจ “สำนักพฤกษาสวรรค์บัดซบ พวกเจ้ามันสมควรตาย!”
แต่คืนนี้เถีย