นอวิ๋นเมิ่งไม่ได้มามือเปล่า
เถียนอวิ๋นเมิ่งมองหาตีนเขารกร้างมุมหนึ่ง แล้วจึงนำยันต์ออกมาแนบติดไว้กับค่ายกล ก่อนที่ครู่ต่อมา ค่ายกลในตำแหน่งที่มียันต์ก็พลันกลายเป็นอ่อนแอลง ทำให้นางเข้าไปข้างในได้สำเร็จ
ครู่ต่อมายันต์นั้นก็ไหม้และหายวับไปทันใด
ถียนอวิ๋นเมิ่งหัวเราะเยาะพลางเอ่ยว่า “ยังดีที่ข้าพกยันต์ทะลวงผ่านมาด้วย!”
จากนั้นนางก็เดินลึกเข้าไปด้านใน
เหตุการณ์ทั้งหมดนี้อยู่ในสายตาของลู่เฉิน ดังนั้นเมื่อชายหนุ่มเห็นเถียนอวิ๋นเมิ่งกำลังเดินขึ้นมา เขาก็แอบยิ้มในใจ “ช่างกล้านักที่ย้อนกลับมา!”
ทว่าลู่เฉินจะปล่อยให้นางขึ้นมาง่าย ๆ ได้อย่างไร?!
ชายหนุ่มเอ่ยกับทุกคนที่เฝ้าอยู่ด้านนอกว่า “มารหญิงตนนั้นกลับมาอีกแล้ว!”
ในตอนแรกคนเหล่านี้ไม่เชื่อ โดยเฉพาะผู้อาวุโสจื่อที่แค่นเสียงหึแล้วกล่าวว่า “ไม่มีใครได้รับอนุญาตให้เข้าหรือออกจากที่นี่ นางจะเข้ามาได้อย่างไร?”
“นางใช้ยันต์ทะลวงผ่าน และยันต์นั้นก็สามารถเจาะม่านกั้นของค่ายกลได้” ลู่เฉินอธิบาย
ทุกคนมองหน้ากันทันที แต่ผู้อาวุโสจื่อยังคงคิดว่าลู่เฉินกำลังหลอกลวง เขาจึงไม่ได้สนใจ ส่วนลวี่ซ่างเพียวก็ถามว่า “มารหญิงตนนั้น… มันเรื่องอันใด?”
“นางมาเพื่อศาสตราวุธวิถีมาร และยังใช้คนของเราไปไม่น้อย” ผู้อาวุโสจื่ออธิบาย
“ใช้คนของเราไปไม่น้อย?”
ครั้นเห็นท่าทีสงสัยเช่นนั้น ผู้อาวุโสจื่อจึงบอกเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อกลางวัน
หลังจากลวี่ซ่างเพียวได้ยินสิ่งนี้ เขา