ะทะลุผ่านค่ายกลเข้ามา และเมื่อมันปรากฏขึ้น พวกเขาก็ได้พบชายลึกลับคนหนึ่ง คนผู้นี้สวมหน้ากากสีม่วง และยังสวมถุงมือสีม่วง!
ไม่เพียงเท่านั้น ทุกคนยังเห็นว่าใบหน้าของชายคนนั้นเต็มไปด้วยคราบโลหิต ราวกับว่าเขาเพิ่งคลานออกมาจากกองโลหิตอย่างไรอย่างนั้น
ลวี่ซ่างเพียวตกใจและรีบตะโกนว่า “ระวัง!”
ผู้อาวุโสเหล่านี้หันกระจกไปที่ชายคนนั้นทันที ทว่าชายลึกลับกลับอาศัยโอกาสนี้คว้าตัวเถียนอวิ๋นเมิ่งไว้แล้วบินออกไปจากตรงนั้น
“สมควรตาย!” ลวี่ซ่างเพียวมีสีหน้าดูไม่ได้ทันที
ในขณะนั้นเอง เสียงหัวเราะลั่นของลู่เฉินพลันดังขึ้น “ข้านึกว่าสำนักพฤกษาสวรรค์จะแข็งแกร่งกว่านี้ แต่กลับกลายเป็นว่าแค่ผู้ฝึกวิถีมารเพียงคนเดียวก็มากพอแล้วที่จะทำให้พวกเจ้ากลัวจนหัวหด!”
“เจ้าหนุ่ม หุบปาก!” ผู้อาวุโสจื่อโกรธจัด ส่วนลวี่ซ่างเพียวมองดูป่ารอบ ๆ แล้วเอ่ยว่า “เจ้าหนุ่ม ถ้าเจ้ารู้ว่าชายผู้นั้นมาจากไหน เจ้าจะไม่พูดแบบนั้น!”
“ต้นกำเนิดของเขาคืออะไร ข้าไม่สนใจเลยสักนิด!” ลู่เฉินไม่สนใจผู้ฝึกวิถีมารเหล่านั้นแม้แต่น้อย โดยเฉพาะกับสตรีที่เจ้าแผนการอย่างเถียนอวิ๋นเมิ่ง!