้าไม่รู้จริง ๆ หรือว่าเจ้าแอบเข้ามา?”
เถียนอวิ๋นเมิ่งตกใจเมื่อได้ยินเสียงนี้ “เป็นเจ้า!”
เถียนอวิ๋นเมิ่งโกรธมากและอยากจะหนีอีกครั้ง แต่ทันใดนั้นผู้อาวุโสห้าคนก็ปรากฏตัวขึ้น แต่ละคนต่างหยิบกระจกออกมา
กระจกนี้ได้รวบรวมแสงสีทองเข้าด้วยกันทันที มันก่อตัวเป็นแสงสีทองขนาดใหญ่ปกคลุมเถียนอวิ๋นเมิ่งเอาไว้ ทำให้นางถึงกับกรีดร้องออกมา
ผู้คนที่อยู่ใกล้ ๆ ต่างรีบวิ่งเข้ามาหาต้นเสียง
ยามนี้ทุกคนต่างเห็นเถียนอวิ๋นเมิ่งชัดถนัดตา พวกเขาพบว่านางนับเป็นหญิงงามคนหนึ่ง ทว่ารอบกายกลับแผ่ไอสีม่วงออกมาไม่หยุด!
“เจ้า… พวกเจ้า!” เถียนอวิ๋นเมิ่งกัดฟันอย่างโกรธจัด ขณะที่ลวี่ซ่างเพียวแค่นเสียงหึแล้วเอ่ยว่า “พูดมา ใครส่งเจ้ามาที่นี่!”
“เหตุใดต้องบอกเจ้า!” เถียนอวิ๋นเมิ่งยังคงดื้อดึง
ลวี่ซ่างเพียวมองนางอย่างเย็นชา “ถ้าเจ้าไม่พูด พวกเราจะกักขังเจ้าไว้ และก็อย่าหวังเลยว่าหลังจากนี้เจ้าจะได้เห็นแสงตะวัน!”
ทว่าเถียนอวิ๋นเมิ่งกลับหยิบยันต์สีม่วงออกมาแล้วบดขยี้พลางหัวเราะอย่างเย็นชาว่า “คอยดูสิ จะมีคนมาช่วยข้า!”
ลวี่ซ่างเพียวยิ้มเยาะและเอ่ยว่า “ฝันไปเถอะ!”
หากแต่เถียนอวิ๋นเมิ่งไม่ได้ตอบโต้ นางคลี่ยิ้มออกมา ก่อนที่หลังจากนั้นไม่นาน บนท้องฟ้าไกลออกไปจะมีเสียงประหลาดตะโกนว่า “ศิษย์น้องหญิง!”
“ศิษย์พี่ ข้าอยู่นี่!” เถียนอวิ๋นเมิ่งกล่าวอย่างตื่นเต้น
ครู่ต่อมาทุกคนพลันเห็นฉากที่น่าสะพรึงกลัว นั่นคือเงาประหลาดบนท้องฟ้าที่เจา