าก ‘แดนหมอกศาสตรา’ ในร่างกายออกมา
จากนั้นเงาของลู่เฉินในศาสตราวุธวิถีมารนี้ก็เริ่มเปล่งแสงวาบดั่งดวงดาวท่ามกลางความมืดมิด
ไม่เพียงแค่นั้น เมื่อลู่เฉินยื่นมือออกไป ตาข่ายสีดำก็ทะยานเข้าครอบลงบนจิตวิญญาณอาวุธ
จิตวิญญาณอาวุธเห็นดังนั้นก็หัวเราะเยาะ “คิดว่าตาข่ายนี่จะทำให้ข้ายอมสยบหรือ?”
“เจ้าเคยได้ยินเรื่องตาข่ายเทวะหรือไม่?”
”ตาข่ายเทวะ คืออันใดกัน?” จิตวิญญาณอาวุธไม่รู้ว่าลู่เฉินกำลังพูดอะไร แต่ลู่เฉินกลับฉีกยิ้มอย่างชั่วร้าย “ตาข่ายเทวะ คือสิ่งที่สามารถดูดซับพลังจิตวิญญาณอาวุธทั้งหมดเข้าไปในตาข่ายได้ และมันจะไม่หยุด… จนกว่าจิตวิญญาณอาวุธจะสลายหายไปหรือจนกว่าข้าจะสั่ง!”
เมื่อจิตวิญญาณอาวุธได้ยิน มันก็หัวเราะลั่นทันที “เจ้าหนุ่ม เรื่องหลอกเด็กของเจ้า ข้าไม่เชื่อหรอก!”
”เช่นนั้นเจ้าก็รอดูแล้วกัน!”
ชายหนุ่มเอ่ยจบ ตาข่ายเทวะก็เริ่มเปล่งแสงวาววับท่ามกลางความมืดมิด ส่วนจิตวิญญาณอาวุธก็สัมผัสได้ถึงพลังที่ไหลออกจากร่างกายทันที ซึ่งทำให้มันทั้งหวาดกลัวและพูดอย่างตกตะลึงว่า “เจ้า… เจ้าหยุดเดี๋ยวนี้!”
”เจ้ามีแค่หนทางเดียว ยอมติดตามข้าสิ” ลู่เฉินแสยะยิ้ม
ตอนนี้เองที่จิตวิญญาณอาวุธตระหนักได้ว่าลู่เฉินน่ากลัวเพียงใด มันจึงเริ่มกังวลขึ้นมา “เจ้าหยุดคุยกันดี ๆ ก่อนได้หรือไม่!”
”เจ้าเลือกเอา” ลู่เฉินเอ่ยด้วยรอยยิ้ม
แม้ว่าจิตวิญญาณอาวุธนี้จะไม่เต็มใจนัก แต่มันก็ไม่มีทางเลือกอื่น สุดท้ายก็จำใจต้องประน