หรือ?”
”หึ คาดไม่ถึงว่าเจ้าจะรู้ว่าข้าฝึกวิถีมาร เช่นนั้นเจ้าก็น่าจะรู้ว่ามีสำนักมารคอยสนับสนุนข้าอยู่เบื้องหลัง ดังนั้นเจ้าอย่ามายุ่งกับข้าจะดีกว่า!” เถียนอวิ๋นเมิ่งเอ่ยอย่างเย่อหยิ่ง
”มีสำนักมารคอยสนับสนุนอยู่? ถ้าอย่างนั้นเหตุใดพวกเขาจึงไม่ปรากฏตัว? หากพึ่งพาได้จริง… แล้วเหตุใดเจ้าจึงต้องมาแต่งงานกับผู้อื่นเล่า?” ลู่เฉินคลี่ยิ้ม
เถียนอวิ๋นเมิ่งพลันชะงักไปชั่วครู่ ก่อนจะเอ่ยอย่างตะกุกตะกัก “เพราะนี่มันเป็นเรื่องเล็กน้อย มันไม่ใช่หน้าที่ของพวกเขา”
ลู่เฉินหัวเราะลั่น “บอกตามตรง ข้าไม่ได้สนใจเจ้าหรือสำนักมารที่หนุนหลังเจ้าแต่อย่างใด!”
เถียนอวิ๋นเมิ่งได้ยินเช่นนั้นกลับหัวเราะอย่างเย็นชา “เจ้าหยุดอวดเก่งได้แล้ว!”
”อวดเก่ง? ก็ได้ วันนี้พวกเรามาดูกันว่าผู้ใดกันแน่ที่อวดเก่ง!”
สิ้นเสียงนั้น ผู้อาวุโสที่อยู่อีกด้านหนึ่งก็พุ่งเข้ามา ส่วนเถียนอวิ๋นเมิ่งก็หายวับไปอีกครั้งด้วยความโกรธ คราวนี้นางเลือกจะมาหลบซ่อน ณ ห้องโถงใหญ่ที่สะดุดตาของสำนักพฤกษาสวรรค์ นางแค่นเสียงเอ่ยออกมาเบา ๆ ว่า “ข้าไม่เชื่อว่าเช่นนี้แล้วจะยังหาเจอ!”
ทว่าทันใดนั้น เสียงหัวเราะของใครบางคนพลันดังมาจากภาพวาดที่แขวนอยู่บนผนังในโถงใหญ่
”เจ้าคิดว่าถ้าเจ้าซ่อนที่นี่แล้วจะไม่มีใครรู้หรือ?” เสียงของลู่เฉินราวกับคำสาปตามติด ทำให้เถียนอวิ๋นเมิ่งตกใจจนโจมตีใส่ภาพวาดอย่างบ้าคลั่ง
…แม้ภาพวาดนี้จะถูกทำลาย แต่สิ่งต่าง ๆ บนนั้นล้วนทำมาจา