กับข้าหรอก!”
ผู้อาวุโสจื่อไม่เชื่อ เขาโมโหจนหน้าแดงก่ำ “อย่ามาลวงข้า!”
“หากข้าเป็นพวกเดียวกับนาง ข้าจะคิดใช้คนขั้นหลอมแก่นแท้มาระเบิดตันเถียนทะลวงค่ายกลอย่างบ้าคลั่งเช่นนี้หรือ?” ลู่เฉินอดไม่ได้ที่จะหัวเราะผู้อาวุโสจื่อที่โง่เขลาเช่นนี้
เมื่อผู้อาวุโสจื่อได้ยินก็ได้แต่พึมพำกับตัวเอง “หรือว่าหญิงนางนั้นจะเป็นต้นเหตุจริง ๆ?”
ขณะนั้นเอง เหล่าผู้อาวุโสก็พากันกลับมา แต่ไม่สามารถจับใครกลับมาได้เลย
“ผู้อาวุโสจื่อ ผู้หญิงคนนั้น… หายตัวไปแล้ว”
“ใช่ ตามหาที่ไหนก็ไม่พบ”
“เป็นไปไม่ได้ จะต้องยังอยู่ที่นี่แน่!” เมื่อผู้อาวุโสจื่อเห็นศิษย์ขั้นหลอมแก่นแท้ทยอยระเบิดตันเถียนไปทีละคน ชายชราก็ยิ่งรู้สึกร้อนใจ
ทุกคนต่างก็ต้องการที่จะหยุดยั้ง
แต่คนเหล่านี้ราวกับกลายเป็นบ้าไปเสียแล้ว
แม้เหล่าผู้อาวุโสจะพยายามมากเพียงใดก็ไม่สามารถหยุดพวกเขาได้ ทว่าลู่เฉินที่อยู่ด้านในกลับทำเพียงยิ้มและกล่าวออกมา “พวกเจ้าเคยคิดบ้างหรือไม่ว่าเหตุใดพวกเขาจึงถูกหญิงมารผู้นั้นบงการได้?”
ผู้อาวุโสจื่อถึงกับเบิกตากว้าง “หรือว่านางทำเพื่อของสิ่งนั้น?”
เมื่อเหล่าผู้อาวุโสได้ยิน พวกเขาก็พลันหน้าเปลี่ยนสีไป
ลู่เฉินเห็นท่าทางของพวกเขาจึงเอ่ยถามด้วยความแปลกใจ “อันใดนะ? นางมาโจมตีสำนักพฤกษาสวรรค์ของพวกท่านเพื่อมาเอาของดีในสำนักเจ้าไปหรือ?”
“ไม่เกี่ยวกับเจ้า!” ผู้อาวุโสจื่อตะโกนตอบกลับไป แต่ลู่เฉินเพียงยิ้มและพูดด้วยน้ำเสียงเยาะเย้ย “ไม