ากันค้นหาลู่เฉินและฮวาหลิงมู่จนแทบพลิกสำนักแล้ว ทว่าก็ยังคงตามตัวไม่พบ!
ณ ตำหนักแห่งหนึ่งในสำนักพฤกษาสวรรค์
ผู้อาวุโสจื่อนั่งประจำแท่นด้านหน้า คิ้วทั้งสองขมวดเข้าหากัน ปากก็ขยับเอ่ยถามออกมา “ยังหาไม่เจอ?”
“หาไม่เจอ!” บรรดาผู้อาวุโสพากันส่ายหน้า
เมื่อได้ยินเช่นนั้น สีหน้าผู้อาวุโสจื่อพลันดุดันขึ้นมา “สำนักพฤกษาสวรรค์ที่สวยงามของข้า แม้แต่ผู้ฝึกตนขั้นกลั่นลมปราณธรรมดา ๆ คนหนึ่งก็ยังตามจับตัวมาไม่ได้?”
ผู้คนในตำหนักต่างก็แสดงสีหน้าปั้นยาก ส่วนเถียนอวิ๋นเมิ่งก็กำลังเกิดโทสะ “สมควรตายนัก!”
ขณะนั้นเอง มีลูกศิษย์คนหนึ่งรีบเร่งเข้ามารายงานว่า “เรียนผู้อาวุโส มีศิษย์คนหนึ่งต้องการพบทุกท่าน!”
“เรื่องอะไร?” ผู้อาวุโสท่านหนึ่งมองไปนอกตำหนักพลางเอ่ยถาม แต่ศิษย์คนนั้นทำเพียงนำมู่หลงที่ได้รับบาดเจ็บเข้ามา
เหล่าผู้อาวุโสต่างก็รู้จักมู่หลง ดังนั้นเมื่อเห็นสภาพของอีกฝ่าย พวกเขาก็รู้สึกประหลาดใจขึ้นมา
ใครบางคนเอ่ยถามออกมาว่า “มู่หลง เหตุใดเจ้าจึงเป็นเช่นนี้?”
“เพราะไอ้คนผู้นั้น!” มู่หลงกล่าวอย่างโกรธา ประโยคนี้ทำให้ผู้คนต่างมองหน้ากัน ก่อนจะเป็นผู้อาวุโสจื่อที่ขมวดคิ้วพลางเอ่ยถาม “เกิดเหตุใดขึ้น?”
หลังจากมู่หลงอธิบายเรื่องราวเสร็จสิ้นแล้ว ทุกคนจึงต่างเข้าใจได้ว่าแท้จริงแล้วลู่เฉินและฮวาหลิงมู่มาที่นี่ในวันนี้เพื่อแก้แค้น
ผู้อาวุโสจื่อเอ่ยถามด้วยความสงสัย “หมายความว่า วันนี้ที่ทั้งสองคนมาที่นี่ พวกเขา