ฉียวเล็กน้อย แต่ลู่เฉินยิ้มพลางเอ่ยถาม “ที่แห่งนี้มีสิ่งที่น่าจะเป็นประโยชน์พอดี …หรือว่าข้าจะสอนเจ้าฝึกฝนบ่มเพาะดีหรือไม่?”
“สอนข้าบ่มเพาะ?” ฮวาหลิงมู่ถามกลับ
“ใช่”
“วิชาหมื่นวิญญาณ? หรือว่าค่ายกล? แต่ข้ารู้สึกว่ามันยากเกินไป!” ฮวาหลิงมู่ตัดพ้อ
ลู่เฉินรู้ดีว่าการฝึก ‘วิชาหมื่นวิญญาณ’ และค่ายกลนั้นเป็นสิ่งที่ต้องใช้เวลา “ไม่ใช่ แต่เมื่อกลับไป ข้าจะมอบวิธีการฝึก ‘วิชาหมื่นวิญญาณ’ ให้เจ้า เพียงแค่เจ้าขยันเสียหน่อย อีกไม่นานย่อมต้องเข้าใจและใช้มันได้เอง”
“ถ้าเช่นนั้นตอนนี้ท่านจะสอนอะไร?” ฮวาหลิงมู่เอ่ยถาม
“วิชาวิถีวิญญาณวิชาหนึ่ง”
“วิชาวิถีวิญญาณ?”
“ก็คล้ายกับวิชาหมื่นวิญญาณ แต่สำหรับเจ้าแล้วมันมีประโยชน์มากกว่า” ลู่เฉินกล่าวพลางยิ้ม แต่ฮวาหลิงมู่ยังคงไม่เข้าใจ “คือสิ่งใด?”
“วิชาคุมจิตวิญญาณ!”
“วิชาคุมจิตวิญญาณ?” ฮวาหลิงมู่สงสัย แต่ลู่เฉินกลับมองไปรอบ ๆ แล้วเอ่ยว่า “ทุกสรรพสิ่งล้วนมีจิตวิญญาณ ขอเพียงฝึกวิชาคุมจิตวิญญาณ ไม่ว่าสิ่งใดก็ตามจะสามารถกลายเป็นอาวุธในมือของเจ้าได้!”
ฮวาหลิงมู่แปลกใจเล็กน้อย “ร้ายกาจขนาดนั้นเชียวหรือ?”
“ดูให้ดี!” ลู่เฉินเพียงโบกมือก็มีกระบี่พุ่งออกมาจากชั้นวาง ฮวาหลิงมู่มองแล้วจึงเอ่ยถาม “แล้วมันแตกต่างกับการควบคุมอาวุธเช่นไร?”
“วิชาควบคุมอาวุธ แท้จริงจำเป็นต้องขัดเกลาอาวุธชิ้นนั้นเสียก่อน ทว่าวิชาคุมจิตวิญญาณไม่จำเป็นต้องขัดเกลาก็สามารถใช้ได้!”
ฮวาหลิงมู่เบิกต