ามารถทะลวงม่านปราณที่อีกฝ่ายเรียกออกมาได้อย่างง่ายดายราวกับว่ามันพุ่งทะลุกระดาษเปียก และยังคงเหลือพลังมากพอที่จะพุ่งทะยานไปตัดแขนของฉินสืออีกด้วย!
ภาพนี้ทำให้ผู้คนในสำนักพฤกษาสวรรค์พากันหวาดกลัว และเถียนอวิ๋นเมิ่งที่นั่งอยู่ภายในเกี้ยวก็ตกตะลึงเช่นกัน!
ฮวาหลิงมู่ส่งเสียงออกมาด้วยความตื่นเต้น “ร้ายกาจยิ่ง!”
ขณะนั้นลู่เฉินรู้สึกอ่อนแรงลงเล็กน้อย โดยเฉพาะเมื่อครู่ที่ระเบิดพลังปราณเหล่านั้นออกมาจนหมด เขาถอนหายใจและกล่าวออกมาว่า “แน่นอนอยู่แล้ว!”
หลังจากที่ฉินสือได้รับบาดเจ็บ ผู้คนในสำนักพฤกษาสวรรค์ต่างหวาดกลัวจนต้องร้องตะโกนออกมา “ขึ้นไป รีบขึ้นไปบนภูเขาเร็ว!”
ผู้คนในสำนักพฤกษาสวรรค์ต่างก็มุ่งไปยังภายในภูเขา ภาพดังกล่าวมองแล้วไม่ต่างไปจากฝูงมดที่หนีน้ำท่วม เห็นเพียงเงาคนและเสียงวุ่นวายที่ขยับไหวจากด้านล่างขึ้นสู่ด้านบนอย่างแตกตื่น ก่อนที่จะมีค่ายกลถูกกางออก!
“คนพวกนี้… ไม่ใช้ว่ากำลังอยากให้โอกาสข้าลงมือหรอกหรือ?” เมื่อลู่เฉินเห็นความเขลาของคนเหล่านั้น เขาก็ยิ้มเยาะที่มุมปาก จากนั้นจึงนั่งทอดกายอย่างสบายใจ
เมื่อฮวาหลิงมู่เห็นค่ายกลที่ถูกเปิดออก นางก็เอ่ยขึ้นว่า “ดูเหมือนว่าจะจับใครไม่ได้แล้ว”
“ไม่ต้องห่วง ข้าบอกว่าจะจับคนพวกนั้นก็ต้องจับให้ได้!” ลู่เฉินเอ่ยพลางเติมพลังปราณที่สูญเสียไปเพื่อฟื้นฟู ทว่าฮวาหลิงมู่ยังคงกังวล “แต่ข้ากลัวพวกเขา”
“เจ้าไม่ต้องกังวล ตราบใดที่มีข้าอยู่ …เจ้าไม่มีอ