ะไรต้องกลัว!” ลู่เฉินเอ่ยจบก็ค่อย ๆ หลับตาลง
ทันใดนั้น พลังปราณรอบกายพลันหล่อหลอมเข้าสู่ร่างของลู่เฉินอย่างรวดเร็ว
ในขณะที่ภายในค่ายกล คนทั้งหลายต่างพากันวิตกกังวลจนตรอกกันไปหมด บางคนก็มองไปยังฉินสือที่ได้รับบาดเจ็บ “ศิษย์พี่ฉิน ท่านไม่เป็นอะไรมากใช่หรือไม่?”
ขาดแขนไปหนึ่งข้างย่อมเป็นเรื่องยากที่ฉินสือจะรับได้ แต่สิ่งที่เขารับไม่ได้มากที่สุดคือเขาพ่ายแพ้ให้ลู่เฉิน! นี่เป็นเรื่องที่เขายอมรับไม่ได้จริง ๆ “ข้าต้องกำจัดมันให้ได้!!!”
ส่วนเถียนอวิ๋นเมิ่งก็ได้เอ่ยด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึมขึ้นมา “ท่านคิดว่าสภาพของท่านตอนนี้สามารถเอาชนะเขาได้หรือ?”
ฉินสือเป็นคนที่หวงภาพลักษณ์ของตนเอง เมื่อถูกเถียนอวิ๋นเมิ่งพูดจาแทงใจดำเช่นนี้ เขาจึงตอบกลับด้วยน้ำเสียงจริงจังว่า “วางใจได้ ขอเพียงข้าได้พักผ่อนสักนิด ไม่นานก็สามารถออกไปต่อสู้กับเขาได้”
ทว่าราวกับเถียนอวิ๋นเมิ่งได้หมดความอดทนลงแล้ว “ทางที่ดี ข้าว่าให้อาจารย์และผู้อาวุโสในสำนักพฤกษาสวรรค์ของท่านเข้ามาจัดการเถอะ ไม่เช่นนั้นเขาคงหนีไปเสียก่อน!”