ัวเหม็นนั่น!”
เห็นได้ชัดว่าฮวาหลิงมู่ถูกคนเหล่านี้ไล่ล่าอยู่ตลอด!
ด้วยเหตุนี้ เมื่อพวกเขาพบเห็นฮวาหลิงมู่อีกครั้งก็ไม่รอช้า ทำทีราวกับเห็นสมบัติล้ำค่า และพากันเข้ามาล้อมนางไว้ บางคนถึงกับยิ้มให้เจ้าบ่าวแล้วเอ่ยว่า “พี่ฉิน วันนี้มีความสุขสองเท่าแล้ว!”
“ใช่ แม้แต่นังหนูตัวเหม็นที่หายากที่สุดคนนี้ก็ยังมาถวายตัวที่หน้าประตู”
ผู้ที่ถูกเรียกว่าศิษย์พี่ฉินหัวเราะ “อย่าให้ข้าเห็นเลือดล่ะ!”
“ไม่ต้องห่วง ไม่มีเลือดแน่นอน!” คนจากสำนักพฤกษาสวรรค์หัวเราะ ในขณะที่คนอื่น ๆ ก็รับปากว่าไม่มีเลือดตกยางออกแน่นอน
เมื่อพวกเขาว่าจบก็พากันเตรียมลงมือ ซึ่งภาพที่เกิดขึ้นก็ทำให้ฮวาหลิงมู่กลัวจนไปซ่อนตัวอยู่ข้างหลังลู่เฉิน และพูดอย่างกังวลว่า “ดูเจ้าสิ ดึงดันจะมา ยามนี้เห็นทีคงรอดยากแล้ว!”
ใครจะรู้ว่าลู่เฉินกลับเหลือบมองผู้คนรอบตัวและพูดอย่างเย็นชา “ใครกล้าแตะต้องนาง?”
เดิมทีทุกคนไม่สนใจลู่เฉินที่อยู่ในขั้นกลั่นลมปราณ แต่เมื่อพวกเขาได้ยินคำพูดของลู่เฉินก็พากันมองอย่างสงสัย และบางคนถึงกับหัวเราะออกมา “เจ้าไม่มีตาหรือ?”
“เจ้าหนุ่ม เจ้าอยากตายหรือ? เหตุใดจึงกล้าพูดกับเราเช่นนั้น?”
ยามนี้เอง สตรีที่อยู่ในเกี้ยวพลันเปิดม่านออกด้วยความสงสัย แต่เมื่อนางเห็นลู่เฉินยืนอยู่ตรงนั้น หญิงสาวผู้นั้นก็พลันเผยท่าทางประหลาดใจออกมา “ลู่เฉิน!”
สิ้นเสียงพูด ทุกคนก็พากันทยอยหันไป แม้แต่เจ้าบ่าวก็หันไปด้วย
ส่วนลู่เฉิน เมื่อเขาได้