ก็หน้าเปลี่ยนสีในพลัน!
ชายหนุ่มที่เป็นหัวหน้าหัวเราะอย่างเย็นชา “ผีดิบซากแห้งอย่างเจ้า ยังกล้ากล้าอวดดีต่อหน้าสำนักพฤกษาสวรรค์ของพวกเราหรือ?”
ทว่ายามนั้นเอง… เงาร่างสายหนึ่งพลันปรากฏตัวขึ้นและตัดเชือกสีทองออกด้วยกระบี่เดียว จากนั้นก็ยืนอยู่ต่อหน้าผู้คน ก่อนจะสะบัดคมกระบี่ส่งปราณกระบี่นับพันสายพุ่งออกไปในชั่วพริบตา!
ผู้ฝึกตนขั้นสร้างรากฐานบางคนที่มีขั้นพลังอ่อนแอล้วนได้รับบาดเจ็บสาหัส ในขณะที่ผู้ฝึกตนซึ่งมีขั้นพลังสูงกว่า พวกเขาเพียงได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยเท่านั้น!
หญิงสาวพวกนั้นตกตะลึงทันที บางคนถึงกับเอ่ยพึมพำว่า
”เขา… ร้ายกาจมาก!”
“คุณชายน้อยผู้นี้ น่ากลัวจัง…”
หญิงสาวเหล่านั้นพากันรู้สึกขอบคุณตัวเองที่เมื่อครู่ไม่ได้ลงไม้ลงมือทำอะไรลู่เฉินรุนแรง ไม่เช่นนั้นพวกนางคงตายไปแล้ว!
“ผู้ใด!” บรรดาผู้ฝึกตนในชุดเขียวตกตะลึง
ส่วนคนที่ปรากฏตัว เขาจะเป็นใครได้อีกเล่า? นอกเสียจาก… ลู่เฉิน!
ทว่าชายหนุ่มไม่คิดสนใจคนกลุ่มนี้แม้แต่น้อย เขาเหลือบมองเจี่ยลัวแวบหนึ่งแล้วเอ่ยถามว่า “เจ้าเป็นอันใดหรือไม่?”
“ไม่เป็นไร” เจี่ยลัวเอ่ยเสียงหอบ ลู่เฉินจึงตบไหล่อีกฝ่าย “พักผ่อนสักหน่อยเถอะ”
“อืม” เจี่ยลัวนั่งลงในทันที ส่วนลู่เฉินก็มองตรงไปที่ฮวาหลิงมู่แล้วเผยสีหน้าซับซ้อนออกมา
เห็นได้ชัดว่าฮวาหลิงมู่ยังคงโกรธอยู่เล็กน้อย “เร็ว! รีบปล่อยข้า!”
ลู่เฉินโบกมือคลายเถาวัลย์ ฮวาหลิงมู่จึงใช้โอกาสนี้พุ่งออกในพลัน โดยมี