องเจ้า”
“อะไรนะ?” ปิงหลิวหลีตกตะลึง
ลู่เฉินตระหนักดีว่าหากมีปีศาจตนหนึ่งรู้แล้วว่าศิลาผนึกปีศาจอยู่ที่ตระกูลลู่ เช่นนั้นก็ต้องมีปีศาจตนอื่น ๆ ตามมาอีกแน่ ดังนั้นเขาจึงวางแผนที่จะย้ายคนเหล่านี้ไปที่สำนักเก้าสุขสงบซึ่งเป็นสถานที่ที่ค่อนข้างปลอดภัยกว่า
แต่ปิงหลิวหลีไม่รู้ นางจึงเผยสีหน้าประหลาดใจออกมา
ทว่าลู่เฉินไม่ได้อธิบายอะไรมากนัก เพียงแค่เอ่ยสองสามคำว่า “นี่คือคำสั่ง!”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ปิงหลิวหลีก็ไม่อาจกล่าวอันใดได้อีก นางรีบจัดการให้คนพาผู้คนของตระกูลลู่ไปที่ภูเขาเก้าสุขสงบทันที
ส่วนชายชราก็พลันถามลู่เฉินอย่างร้อนใจว่า “เจ้า แล้วเจ้าไม่ไปที่ภูเขาเก้าสุขสงบด้วยกันหรือ?”
“ข้ายังมีเรื่องต้องทำ” ลู่เฉินยิ้มให้เขา
ท่านปู่ลู่ได้ยินแล้วก็เริ่มบ่นจู้จี้ทันที ส่วนเนื้อหานั้นแน่นอนว่าย่อมเป็นเรื่องที่ให้ลู่เฉินระวังความปลอดภัยของตนเองให้มากเข้าไว้
ลู่เฉินยอมพยักหน้า จนกระทั่งชายชราจากไปแล้วชายหนุ่มจึงได้ถอนหายใจด้วยความโล่งอก
ปิงหลิวหลีถามขึ้นว่า “จากนี้เจ้าจะทำอันใดต่อไป?”
“เจ้าควรอยู่ที่ภูเขาเก้าสุขสงบไม่ใช่หรือ? เหตุใดจึงมาอยู่ที่นี่ได้?” ลู่เฉินจ้องเขม็งไปยังปิงหลิวหลี ซึ่งนางก็เอ่ยอย่างลังเลว่า “ข้ากลัวว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับเจ้า ข้าก็เลยตามมา”
“ข้าว่าเจ้าควรรีบกลับไปที่ภูเขาเก้าสุขสงบดีกว่า”
”เพราะเหตุใด?”
“เจ้าจะอยู่เป็นสาวใช้ข้าหรือ?” คำพูดของลู่เฉินทำให้ปิงหลิวหลีโกรธเคืองเล็กน้