ยิ้ม “ยังมีอีกหลายสิ่งที่ข้ารู้!”
จากนั้นลู่เฉินก็ไม่ได้เอ่ยสิ่งใดต่อ เขาพาเจี่ยลัวออกเดินทางไปยังทิศทางหนึ่ง
สีหน้าของเจี่ยลัวเต็มไปด้วยความประหลาดใจ ส่วนลู่เฉินนั้น เมื่อเขาสำรวจมองภายในร่างกายตนเอง ชายหนุ่มก็ได้แต่ถอนหายใจ “ขั้นพลังข้ายังอ่อนแอเกินไป ทำให้ต้องใช้เคล็ดวิชามากมายมาสนับสนุน และแม้ว่าจะจำวิธีใช้ได้ แต่กลับดึงพลังของมันออกมาได้ไม่ถึงหนึ่งในหมื่นส่วนด้วยซ้ำ!”
ดังนั้นตอนนี้จึงควรรีบรวบรวมพลังทั้งเก้าและเข้าสู่ขั้นสร้างรากฐานไว ๆ เช่นนั้นอานุภาพของเคล็ดวิชาจึงจะเพิ่มขึ้นไปอีกขั้น!
ทว่าเจี่ยลัวกลับไม่รู้ความคิดนี้ และยังคงติดตามเขาไปอย่างโง่งม
…
สองสามวันต่อมา ลู่เฉินมาถึงตีนเขาที่รกร้างแห่งหนึ่ง และบริเวณตีนเขาแห่งนี้ก็เต็มไปด้วยโครงกระดูกมากมาย!
เจี่ยลัวตกตะลึงกับภาพตรงหน้า ส่วนลู่เฉินมองไปที่ยอดเขาอันรกร้างและพึมพำกับตัวเองว่า “น่าจะเป็นที่นี่!”
ทว่าในขณะที่ลู่เฉินเดินไปได้เพียงไม่กี่ก้าว สตรีสองสามคนก็พลันปรากฏตัวขึ้นที่ตีนเขา พวกนางเข้าขวางทางลู่เฉินและเจี่ยลัวเอาไว้
สตรีเหล่านี้แต่งกายงดงาม ดูแล้วเย้ายวนใจยิ่งนัก ราวกับหญิงสาวในหอหมื่นบุปผาอย่างไรอย่างนั้น
นอกจากนี้ สมบัติล้ำค่าในมือคนเหล่านี้ยังเป็นพัดรูปทรงต่าง ๆ!
“ที่นี่ ห้ามขึ้นไป!” เด็กสาวตัวเล็ก ๆ ก้าวออกมาจากคนกลุ่มนั้น อีกฝ่ายดูเหมือนอายุประมาณสิบขวบปี แต่น้ำเสียงกลับดุดัน แววตาคมกริบ อีกทั้งยังจ้องเขม็งมาท