กขึ้นมา
“อย่าหยุด!” ลู่เฉินมองไปยังปีศาจจิ้งจอกด้วยรอยยิ้ม
คำพูดดังกล่าวทำให้ปีศาจจิ้งจอกยิ่งกังวลใจ จึงโจมตีต่อไปไม่หยุด!
แต่โจมตีเท่าไหร่ผลก็ออกมาเป็นเช่นเดิมจนปีศาจจิ้งจอกต้องยอมแพ้ สุดท้ายมันจึงคิดหนี แต่ค่ายกลที่ลู่เฉินสร้างไว้โดยรอบกลับไม่เปิดโอกาสนั้น!
“นี่มัน… เกิดอะไรขึ้น?” ปีศาจจิ้งจอกร้อนใจ แต่ลู่เฉินทำเพียงยิ้ม “บริเวณนี้ถูกล้อมไว้ด้วยศิลาวิญญาณที่สลักอักขระยันต์ขั้นจิตวิญญาณระดับสิบดาวไว้ ถ้าหากเจ้ามีพลังบ่มเพาะไม่ถึงพันปี เจ้าไม่มีทางออกไปได้!”
ปีศาจจิ้งจอกเบิกตากว้าง “อะไรนะ?! ค่ายกลขั้นจิตวิญญาณระดับสิบดาว?”
ขั้นจิตวิญญาณระดับสิบดาวถือเป็นขั้นที่สูงไม่น้อย และมันก็มีน้อยคนนักที่จะฝ่าหรือแก้ไขค่ายกลระดับนี้ไปได้!
ปีศาจจิ้งจอกคิดไม่ถึงเลยว่าชายหนุ่มในขั้นกลั่นลมปราณผู้นี้ จะสามารสร้างค่ายกลระดับนี้ได้! มันจึงถามด้วยความหวาดกลัว “เจ้า… ไม่สิ! จริง ๆ แล้วท่านคือผู้ใดกันแน่?”
“เจ้าแฝงตัวอยู่ในกายนาง เจ้าควรจะรู้ว่าข้าคือใคร” ลู่เฉินยิ้มเย็นชา
ปีศาจจิ้งจอกหวนคิดอย่างละเอียดอีกครั้ง จากนั้นจึงถามขึ้นว่า “เจ้า เจ้าคือนายน้อยตระกูลลู่?”
“รู้ก็ดีแล้ว!”
เมื่อได้ฟังคำตอบ ปีศาจจิ้งจอกเริ่มรู้สึกหวาดกลัวขึ้นมาทันที “ข้าไม่ได้ทำร้ายผู้ใดในตระกูลลู่!”
“เจ้าไม่ได้ทำร้ายคนตระกูลลู่ แล้วเหตุใดถึงไปจวนตระกูลลู่?” ลู่เฉินเอ่ยถามในสิ่งที่ตนต้องการคำตอบมากที่สุด แต่ปีศาจจิ้งจอกกลับตอบอย่า