ยนเฟิงเห็นว่าลู่เฉินยอมรับก็รีบเสริมต่อทันที “เห็นไหมเล่า ว่าข้าไม่ได้กล่าวร้ายตระกูลลู่ของเจ้า แต่ว่าตระกูลลู่ของเจ้ามีปีศาจจริง ๆ และตามข้อห้ามของราชวงศ์เราแล้ว หากพบปีศาจเมื่อใดก็ย่อมสามารถจับผู้คนมาตรวจสอบแล้วจัดการได้ทันที ก่อนจะนำเรื่องไปทูลรายงาน!”
“เรื่องปีศาจข้าจะตรวจสอบให้ชัดเจน แต่ว่าหลังจากนี้เจ้าต้องช่วยข้าจัดการเรื่องหนึ่ง!”
“ช่วย ข้าช่วยแน่นอน!” เถียนเฟิงรู้ว่าชีวิตของตนอยู่ในกำมือของลู่เฉิน ฉะนั้นจึงไม่คิดต่อต้านใด ๆ ซึ่งหลังจากชายหนุ่มสั่งการแล้ว เขาก็ออกจากจวนเจ้าเมืองไปทันที
เมื่อเถียนเฟิงเห็นลู่เฉินเดินจากไป เขาก็รู้สึกกลัวจนกระสับกระส่ายไปหมด
ทว่าเมื่อคิดถึงบางสิ่งแปลก ๆ ที่เข้าสู่หัวของตนเองเมื่อก่อนหน้านี้ เขาก็รีบสั่งการให้ยกเลิกหมายจับของตระกูลลู่ทั้งหมดทันที และหลังจากที่เถียนเฟิงคิดไตร่ตรองอยู่สักครู่หนึ่ง เจ้าตัวจึงเริ่มลงมือเขียนจดหมายบางอย่าง
…
ด้านนอกเมือง ท่านปู่ตระกูลลู่เห็นว่าลู่เฉินยังไม่ออกมาก็รู้สึกร้อนใจ “นี่… นี่มันนานเท่าไหร่แล้ว”
“ท่านปู่ลู่ วางใจเถอะ เขาต้องออกมาแน่นอน” ปิงหลิวหลีอดไม่ได้ที่จะปลอบใจอีกฝ่าย
ทว่าท่านปู่ตระกูลลู่ยังคงไม่สบายใจ “เขาไม่มีรากวิญญาณ ระดับขั้นก็อ่อนแอ ถ้าหากว่าท่านเจ้าเมืองลงมือขึ้นมา เขาต้องแย่แน่ ๆ!”
เมื่อปิงหลิวหลีได้ฟัง นางพลันฝืนยิ้มแล้วกล่าวว่า “เขาไม่พลิกจวนเจ้าเมืองก็ดีเพียงใดแล้ว”
“เขา… จะทำเช่นนั้นได้อย่า