ลู่ถูกรื้อค้นทรัพย์สินไปหมด มันอยู่ไหน?”
“อยู่นี่” เถียนเฟิงรีบนำถุงสุญญะญาณออกมามอบให้ลู่เฉิน
คิ้วทั้งสองข้างของชายหนุ่มพลันขมวดเข้าหากันทันทีที่เห็นสิ่งของภายในถุง “มีเท่านี้?”
“ยังมีอีก ผู้ ผู้ตรวจการหลู่นำไป”
ครั้นได้ยินดังนั้น ลู่เฉินพลันหันไปสำรวจที่ร่างของหลู่หยวน และเมื่อเห็นถุงสุญญะญาณของอีกฝ่าย เขาจึงหยิบมันขึ้นมาก่อนมองไปยังเถียนเฟิง ทำให้เถียนเฟิงละล่ำละลักออกมาด้วยความหวาดกลัวไม่หยุด “ปล่อยข้าไปเถอะ”
“เจ้าทำเรื่องเลวร้ายมากมายขนาดนี้ …ให้ข้าปล่อยเจ้าไป เช่นนั้นมันคงง่ายเกินไปแล้ว!”
“เจ้า เจ้าคิดจะทำอะไร?”
“เจ้าเป็นถึงเจ้าเมือง ตำแหน่งเจ้าในราชสำนักคงใหญ่พอควรสินะ”
“เพียงขุนนางเล็ก ๆ เท่านั้น” เถียนเฟิงหวาดกลัวจนเหงื่อตก
“ถ้าไม่อยากจบชีวิต เช่นนั้นก็นั่งลงแล้วหันหลังไปซะ” ลู่เฉินกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ แต่เถียนเฟิงก็รีบถามอย่างลนลานขึ้นมาทันทีเช่นกันว่า “เจ้า เจ้าจะทำอะไร?”
“เจ้าอยากเป็นหรือตาย?” ลู่เฉินถามกลับ
เถียนเฟิงกลัวจนรีบทำตามที่ลู่เฉินสั่ง เขานั่งลงและหันหลังให้ชายหนุ่ม หากแต่ปากยังคงพึมพำไม่หยุด “ข้า ข้าไม่ได้ตั้งใจทำร้ายตระกูลลู่ของเจ้า ข้าถูกบังคับทั้งนั้น!”
ทว่าลู่เฉินไม่สนใจ เขาชี้นิ้วไปที่ลำคอของเถียนเฟิง ก่อนจะปล่อยพลังจิตวิญญาณออกไป
พลังจิตวิญญาณนี้แผ่กระจายเป็นแสงสีดำ และไปหยุดอยู่บริเวณศีรษะของเถียนเฟิง
อึดใจถัดมาเถียนเฟิงก็หมดสติไป
ลู่เฉินเอามือทั