กลื่อนไปทั่วพื้นที่ ใบหน้าของชายชราก็พลันกลายเป็นซีดเผือด แต่เมื่อเห็นว่าลู่เฉินไม่ได้รับอันตรายใด ๆ อีกฝ่ายก็รีบเดินเข้าไปลูบบ่าทั้งสองอย่างเบามือ “เจ้า เจ้าไม่เป็นอะไรใช่ไหม”
“ข้าปลอดภัยดี” ด้วยความห่วงใยของอีกฝ่าย ทำให้ความเกรี้ยวกราดของลู่เฉินค่อย ๆ สงบลง
ปิงหลิวหลีที่อยู่อีกด้านค่อย ๆ เอ่ยขึ้นมา “ข้าคิดว่าควรออกไปจากที่นี่ก่อนแล้วค่อยว่ากัน”
“ข้ารับใช้เหล่านี้ คงต้องทำการฝังเสียก่อน” ลู่เฉินมองไปยังศพที่อยู่รอบ ๆ พลางขมวดคิ้ว
“ไม่ต้องห่วง ข้าสั่งการให้สหายที่อยู่ในเมืองเฟิงเฉิงมาจัดการให้แล้ว” จบคำของปิงหลิวหลี ทันใดนั้นก็มีกลุ่มคนไม่ทราบนามเข้ามา คนเหล่านี้ต่างนำคนบาดเจ็บไปรักษา ส่วนคนที่ตายก็นำร่างไปฝัง
แต่แม้จะเป็นเช่นนั้นลู่เฉินก็ยังคงไม่ขยับไปไหน เขาเพียงบอกให้ปิงหลิวหลีพาท่านปู่และอวิ๋นซานที่หมดสติออกไปนอกจวน
ปิงหลิวหลีหันมาถามด้วยความไม่เข้าใจ “เจ้าจะทำอะไรกันแน่?”
“ไปเถอะ” ลู่เฉินไม่อธิบายใด ๆ ปิงหลิวหลีจึงทำได้เพียงพาทั้งสองจากไป
แต่ท่านปู่ลู่กลับเป็นห่วงหลานชายของตนยิ่งนัก จึงมีท่าทีคล้ายไม่อยากไป ทว่าสุดท้ายแล้วก็ต้องยอมจากไปหลังจากโดนเกลี้ยกล่อมจากปิงหลิวหลี
ลู่เฉินนำตัวเถียนเฟิงไปขังไว้ในคุก และมันก็ทำให้เถียนเฟิงได้แต่ร้องขอด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ “ค… คะ… คุณชายลู่ ข้า… ข้าเพียงแค่ถูกผู้อื่นยุยง ข้าไม่ได้ต้องการจะทำร้ายคนตระกูลลู่ของท่านจริง ๆ”
“ได้ยินว่าบ้านตระกูล