!”
ครั้นเอ่ยจบ ซือตู๋เทียนก็เหยียบกระบี่บินและจากไปพร้อมกับสือเซียวทันที
ปิงหลิวหลีไม่ได้ไล่ตามไปแต่อย่างใด เพราะแท้จริงแล้วนางยังฟื้นฟูพลังกลับมาได้ไม่เท่าไหร่ หากต้องลงมือจริง ๆ ซือตู๋เทียนก็ถือว่ารับมือไม่ง่ายเลย!
ทว่าเหตุใดลู่เฉินจึงปล่อยให้สือเซียวหนีไปได้ง่าย ๆ เช่นนี้กัน?
อันที่จริงลู่เฉินได้แอบบีบอัดปราณกระบี่ขึ้นมาอย่างเงียบ ๆ ในเสี้ยวอึดใจ และในจังหวะที่ซือตู๋เทียนขึ้นกระบี่บินจากไป เขาก็ใช้จังหวะนั้นควบคุมปราณกระบี่นับสิบ และส่งให้มันพุ่งไปยังร่างของสือเซียว!
ผู้คนต่างก็ตกตะลึง
และเมื่อสือเซียวส่งเสียงร้องด้วยความเจ็บปวด ทุกอย่างก็สายเกินแก้แล้ว!!
“บัดซบ!” ซือตู๋เทียนสบถด้วยความโกรธทันทีที่รู้ตัว ก่อนจะรีบหยิบเม็ดยารักษาให้สือเซียวกิน จากนั้นก็พากันบินหายไปอย่างรวดเร็ว
ปิงหลิวหลีเหงื่อตกพลางหันไปพูดกับลู่เฉินว่า “เจ้าไม่กลัวซือตู๋เทียนย้อนกลับมาจัดการเจ้าหรือ?”
ลู่เฉินไม่ตอบอะไร
และเมื่อปิงหลิวหลีตวัดมือเพียงครั้งเดียว ผู้คนในจวนเจ้าเมืองต่างก็หวาดกลัว ก่อนจะพากันถอยห่างออกไปไกล
ในจังหวะนั้นเอง ลู่เฉินหันมองกลับไปยังเถียนเฟิงแล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ “ปล่อยตัวคนตระกูลลู่ทั้งหมด”
“ปล่อย ย่อมต้องปล่อย” เถียนเฟิงหวาดกลัวยิ่ง ถึงขนาดเจ้าตัวรีบเร่งออกคำสั่งให้คนไปพาตัวคนตระกูลลู่ที่เหลือทั้งหมดออกมาอย่างร้อนรน
เมื่อท่านปู่ของลู่เฉินออกมาและได้เห็นเข้ากับซากศพกระจัดกระจายเ