ามาโทษข้าแล้วกัน!”
อึดใจถัดมา ภาพที่เกิดขึ้นก็ทำให้ผู้คนต่างหวาดกลัว!
ลู่เฉินเริ่มร่ายเคล็ดวิชากระบี่เก้าสุขสงบ ก่อนจะส่งปราณกระบี่นับพันออกโจมตีไปทั่วทิศ และแน่นอนว่า… ผู้ฝึกตนที่มีขั้นพลังต่ำต้อยอย่างกลั่นลมปราณก็ไม่อาจต้านทานได้เลย พวกเขาบาดเจ็บก่อนจะล้มตายลงทีละคน
สิ่งที่เกิดขึ้นทำให้เถียนเฟิงหวาดกลัว เขาร้องสั่งให้ผู้ฝึกตนที่หลงเหลืออยู่มาโอบล้อมตนเองและสือเซียว
ทว่าลู่เฉินไม่สนใจพวกเขาแม้แต่น้อย ชายหนุ่มกลับเดินเข้าไปหาอวิ๋นซานที่บาดเจ็บสาหัส
ว่าแล้วลู่เฉินก็รีบตัดเชือกที่มัดอวิ๋นซานออก จากนั้นจึงมอบนางให้เจี่ยลัวช่วยดูแล แต่เมื่อพบว่าบาดแผลบนร่างของอวิ๋นซานนั้นค่อนข้างสาหัส ดวงตาของลู่เฉินก็ฉายแววเย็นชาขึ้นมา จากนั้นจึงหันมองไปยังกลุ่มคนที่ยังหลงเหลืออยู่พวกนั้น!
เมื่อเห็นสายตาเช่นนี้ เถียนเฟิงพลันเอ่ยออกมาอย่างตะกุกตะกะ “ลู่… คุณชายลู่ ท่านอย่าวู่วามไป”
“วู่วาม?”
“ท่าน ท่านพึ่งทำร้ายผู้ตรวจการไป แล้วตอนนี้ท่านก็ทำร้ายคนในจวนเจ้าเมืองไปมากมาย ถ้าหากท่านยังทำผิดต่อไป ท่าน… ท่านอาจจะกลายเป็นนักโทษที่ราชสำนักต้องการตัวก็เป็นได้” เถียนเฟิงกล่าวขู่ลู่เฉิน
ไม่เพียงแค่เถียนเฟิงเท่านั้น เพราะแม้แต่หลู่หยวนที่ถูกเจี่ยลัวจับอยู่ยังพูดละล่ำละลักออกมา “ข้าเห็นด้วย ท่าน ถ้าท่านปล่อยข้าไป ท่านจะยังมีโอกาสพ้นผิดได้”
“โอกาสพ้นผิด?” ลู่เฉินยิ้มอย่างเย็นชา
เมื่อหลู่หยวนเห็นรอยยิ้มดังกล่าว เขา